
กสงทฤษฏีปริศนามาเลย์วินาศกรรมยืนยันเครื่องบินโดนซ่อน
การหายไปอย่างลึกลับของเครื่องบิน โบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
การหายไปอย่างลึกลับของเครื่องบิน โบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ยังคงเป็นที่พูดกันมากในขณะนี้ เพราะถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่งสำหรับยุคปัจจุบันที่เครื่องบินขนาดใหญ่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนเริ่มออกมาตั้งทฤษฎีถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับเที่ยวบินมรณะลำนี้
nก่อการร้าย นับเป็นแนวทางที่หลายต่อหลายคนเริ่มหันมามองมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ในเวลานี้ เพราะการที่เครื่องบินจะเปลี่ยนเส้นทางบินและตัดระบบการสื่อสารเครื่องบินโดยตั้งใจ ถือเป็นสิ่งที่ผิดปกติอย่างยิ่ง
มิหนำซ้ำ ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานด้วยว่าพบชาวอิหร่าน 2 คน ลักลอบใช้หนังสือเดินทางที่ขโมยมาจากบุคคลอื่นขึ้นเครื่อง ก็ยิ่งทำให้หลายคนเริ่มวิตกถึงความเป็นไปได้ว่าจะโดนขบวนการก่อการร้ายบุกจี้เครื่องบินและนำไปใช้ก่อวินาศกรรม
เจอร์รี โซจัสแมน นักวิเคราะห์ด้านการบินอิสระในกรุงจาการ์ตา เผยว่า การบังคับเครื่องบินให้บินต่ออีกหลายชั่วโมงหลังจากหายไปจากจอเรดาร์โดยไม่ให้ถูกตรวจจับได้ จำเป็นต้องมีการวางแผนมาก่อนหน้านั้นอย่างดี ซึ่งหากทุกอย่างเป็นการวางแผนมา ทุกฝ่ายอาจต้องเตรียมเผชิญกับการวางแผนก่อวินาศกรรมเหมือนเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดที่รัฐนิวยอร์กในเดือน ก.ย. 2001 หรือเหตุการณ์ 9/11
เนื่องจากเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ 9/11 ผู้ก่อการร้ายได้บุกเข้าห้องนักบินและบังคับนักบินให้เปลี่ยนเส้นทางพร้อมกับปิดสวิตซ์เครื่องสื่อสารเช่นกัน
nเครื่องโดนปล้น ถือเป็นกรณีความเป็นไปได้รองลงมาที่กำลังถูกพูดถึงมากในเวลานี้ไม่น้อยไปกว่าการก่อการร้าย เพราะหลังจากมีหลักฐานว่าเครื่องบินดังกล่าวมีการเปลี่ยนเส้นทางโดยผู้มีประสบการณ์ทางการบินสูง ซ้ำยังสามารถหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ได้ ก็ทำให้หลายฝ่ายเริ่มวิตกกันว่าเครื่องบินลำนี้อาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการ “สลัดอากาศ” ซึ่งล่าสุดแม้แต่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟพีไอ) ของสหรัฐ และองค์การตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ก็ออกมายอมรับถึงความเป็นไปได้ในกรณีนี้ด้วย
โรนัล โนเบล ผู้อำนวยการอินเตอร์โพล ระบุว่า แม้จะมีสองชาวอิหร่านใช้หนังสือเดินทางปลอมขึ้นเครื่อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการก่อการร้าย เพราะทั้งสองเป็นเพียงแค่คนหลบหนีเข้าเมืองเท่านั้น
สอดรับกับความเห็นของ อดัม โดลนิค ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายศึกษา จากมหาวิทยาลัยวูรองกองในออสเตรเลีย ที่ไม่เชื่อว่าผู้ก่อกการร้ายจะอยู่เบื้องหลังการหายไปของเครื่องบิน เพราะถ้าเกิดขึ้นจริงจะต้องรีบนำเครื่องลง
“ผู้ก่อการร้ายไม่ชอบการปล้นเครื่อง เพราะโอกาสประสบความสำเร็จน้อย” อดัม กล่าว พร้อมเสริมว่า การปล้นเครื่องบินหนนี้น่าจะทำกันเป็นขบวนการที่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องบิน และมีผู้ให้ความช่วยเหลือบนภาคพื้นดิน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีข้อโต้แย้งออกมาว่า การเข้าสู่ห้องนักบินปัจจุบันเต็มไปด้วยความเข้มงวด หลังจากเกิดกรณี 9/11 แต่จากข้อมูลพบว่าประตูห้องนักบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ก็มีความหละหลวมอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งจากรายงานของสื่อในออสเตรเลีย ระบุว่า ฟาริก อับดุลห์ ฮามิด นักบินผู้ช่วยของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เคยมีประวัติพาผู้หญิง 2 คน เข้ามาในห้องนักบินในปี 2011
ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้หากจะเกิดการปล้นกลางอากาศ และยิ่งเมื่อผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ก็ทำให้หลายคนเริ่มวิตกกันว่าผู้ลงมือก่อเหตุอาจเป็นกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนมุสลิม อุยกูร์ ที่อยู่ทางตะวันตกของจีน
และล่าสุดทางจีนเพิ่งจะประสบกับเหตุสุดช็อก เมื่อมีมือมีดหลายสิบคน ซึ่งเชื่อว่าเป็นพวกอุยกูร์ ก่อเหตุบุกแทงชาวจีนไม่เลือกหน้าที่สถานีขนส่งในเมืองคุนหมิง จนมีผู้เสียชีวิต 29 คน เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
ขณะที่ข้อมูลของทางการมาเลเซีย ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2011 ได้เนรเทศชาวมุสลิมอุยกูร์กลับไปยังจีนแล้ว 17 คน ซึ่งทั้งหมดเดินทางมาด้วยหนังสือเดินทางปลอม
nนักบินจงใจก่อเหตุ ถือว่ามีความเป็นไปได้สูงทีเดียว เพราะจากรายงานที่ผู้นำแดนเสือเหลืองระบุว่ามีใครบางคนจงใจปิดสวิตซ์เครื่องสื่อสารของเครื่องบิน ก็ทำให้เริ่มนำไปสู่การตั้งข้อสันนิษฐานว่าจะเป็นใครได้บ้างที่อยู่บนเครื่องและสามารถทำได้เช่นนี้ ซึ่งคำตอบแรกย่อมไม่พ้นนักบินทั้งสองของเที่ยวบินเอ็มเอช 370
ปัจจุบันทางการของมาเลเซียได้ดำเนินการสืบสวนประวัติและมูลเหตุจูงใจต่างๆ ที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้นักบินก่อเหตุครั้งนี้ขึ้น
โดยล่าสุดพบว่า ซาฮารี อาเหม็ด ซาห์ กัปตันเที่ยวบินเอ็มเอช 370 วัย 53 ปี มีมุมมองทางการเมืองที่ไม่ชอบพรรครัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งปกครองโดยพรรคอัมโน
ทั้งนี้ แม้มูลเหตุจูงใจทางการเมืองจะยังไม่เด่นชัด แต่ก็ถูกจับตามองไม่น้อย เพราะก่อนหน้าที่จะนำเครื่องขึ้นบินไม่กี่วัน อันวาร์ อิบราฮิม แกนนำพรรคฝ่ายค้านมาเลเซีย ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ในคดีรักร่วมเพศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองของรัฐบาลที่มีต่อผู้นำฝ่ายค้าน
nเครื่องบินลงจอด แต่ถูกซ่อนไว้ เนื่องจากปัจจุบันแม้นานาประเทศกว่า 25 ชาติจะพยายามออกตามหาร่องรอยเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ อย่างหนัก แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยเหลือเศษซากเครื่องบินเลยแม้แต่น้อย ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มมองถึงความเป็นไปได้ว่าเครื่องบินดังกล่าวอาจถูกนำร่อนลงจอดอย่างปลอดภัยแล้ว และซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่ง
เกรก วัลดรอน บรรณาธิการฝ่ายกิจการเอเชียของ ไฟลต์โกลบอล นิตยสารด้านอุตสาหกรรมการบิน เผยว่า แม้ขนาดเครื่องบินโบอิ้ง 777 จะมีขนาดใหญ่และจำเป็นต้องใช้พื้นที่สนามบินในการลงจอดมากพอสมควร แต่ก็เป็นไปได้เหมือนกันที่จะถูกนำไปลงจอดที่ใดสักที่หนึ่ง
เพราะหากเครื่องบินดังกล่าวโดนควบคุมโดยนักบินที่มีความสามารถในการขับให้หลบเรดาร์ ก็เป็นไปได้เช่นกันที่จะนำเครื่องลงจอดในสถานที่ใดที่หนึ่ง แม้ว่าสถานที่นั้นจะไม่มีพื้นที่รันเวย์ยาวนัก
ทั้งนี้ ทฤษฎีดังกล่าวมีขึ้นตรงกับข่าวลือว่า เครื่องบินดังกล่าวโดนหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐลักพาตัวไปจอดในฐานทัพแห่งหนึ่งของสหรัฐ เนื่องจากบนเครื่องบินมีนักวิทยาศาสตร์ชาวไต้หวันและจีนที่มีข้อมูลที่จะประดิษฐ์อาวุธร้ายแรงชนิดใหม่ ดังนั้นสหรัฐจึงต้องการสกัดขวางแผนเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลไปอยู่ในมือของรัฐบาลจีน ซึ่งสอดรับกับท่าทีของจีนที่ดูเหมือนจะไม่พอใจมากเป็นพิเศษต่อการหายไปของเที่ยวบินเอ็มเอช 370
ทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นเพียงการตั้งสมมติฐานความเป็นไปได้ของการหายไปของเครื่องบินโบอิ้ง 777 เท่านั้น ซึ่งแต่ละทฤษฎีก็มีเหตุผลออกมารองรับต่างกันออกไป แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นไปตามแนวความเป็นไปได้อันไหน สิ่งที่ทั่วโลกและญาติพี่น้องที่นั่งเฝ้ารอคอยข่าวอยู่คือ ความจริง ที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบินมรณะลำนี้







