
ไม่เสรี
เรียบร้อยไปแล้วตามความคาดหมายของทั่วโลก โดยในที่สุดธนาคารประชาชนจีน (พีบีโอซี) หรือธนาคารกลางของจีนนั้นเอง ก็ได้ประกาศขยายระยะการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินหยวนในแต่ละวัน (แบนด์) ให้กว้างขึ้นเป็น 2% นั่นหมายความว่า ค่าเงินหยวนในแต่ละวันจะสามารถแข็งขึ้นหรืออ่อนลงได้มากขึ้นไม่เกิน 2%
เรียบร้อยไปแล้วตามความคาดหมายของทั่วโลก โดยในที่สุดธนาคารประชาชนจีน (พีบีโอซี) หรือธนาคารกลางของจีนนั้นเอง ก็ได้ประกาศขยายระยะการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินหยวนในแต่ละวัน (แบนด์) ให้กว้างขึ้นเป็น 2% นั่นหมายความว่า ค่าเงินหยวนในแต่ละวันจะสามารถแข็งขึ้นหรืออ่อนลงได้มากขึ้นไม่เกิน 2%
ถือเป็นความคืบหน้าของการผ่อนคลายการควบคุมค่าเงินของจีนครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน เม.ย. 2012 จีนก็เคยขยายแบนด์มาแล้วครั้งหนึ่ง จากเดิมที่ 0.5% ไปเป็น 1.0% และมาในครั้งนี้ก็ขยายมาอยู่ที่ 2.0% ในที่สุด
แม้ว่าค่าเงินหยวนจะยังคงไม่ถูกปล่อยให้ขึ้นลงได้อย่างเสรีตามกลไกตลาดแบบสกุลเงินประเทศอื่นๆ ทว่าความเคลื่อนไหวจากจีนในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจต่อการปฏิรูปค่าเงินให้มีความผ่อนคลายมากขึ้น
กระนั้น การขยายแบนด์เงินหยวนดังกล่าวก็ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่พอสมควรจากจีนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นการ “เรียกแขก” ให้กับพวกนักเก็งกำไรค่าเงินมากขึ้นกว่าเดิม
ในช่วงก่อนหน้านี้ หลังจากที่จีนขยายแบนด์ในครั้งแรกจาก 0.5% มาเป็น 1.0% นั้น บรรดานักเก็งกำไรค่าเงินก็บุกเงินหยวนอย่างต่อเนื่องจนทำให้ความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวนเป็นไปในเพียงทิศทางเดียว คือแข็งอย่างเดียว ไม่มีลง
จนในที่สุด ทางการจีนต้องออกมาใช้มาตรการบางอย่างถึง 2 ครั้งซ้อนในระยะเวลาไล่เลี่ยกันในช่วงเดือนที่ผ่านมา เพื่อกดให้เงินหยวนอ่อนลงไปอย่างฉับพลันครับ
แม้ว่าทางด้านจีนจะบอกว่าการแทรกแซงค่าเงินในครั้งนั้นๆ จะเป็นการกำหนดทิศทางให้ค่าเงินมีทิศทางการเคลื่อนไหวในสองทิศทาง คือให้มีทั้งแข็งขึ้นและอ่อนลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การแทรกแซงหยวนของจีนนั้นเป็นไปเพื่อ “สั่งสอน” บรรดานักเก็งกำไรค่าเงินมากกว่า
ดังนั้น ความเสี่ยงหลังการขยายแบนด์แลกเปลี่ยนเป็น 2.0% ในครั้งนี้ จึงอาจจะทำให้นักเก็งกำไรค่าเงินกลับมาอีกครั้ง แต่แน่นอนครับก็จะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น เพราะทางการจีนเองก็ยังจับตามองอยู่ และคงจะไม่ปล่อยให้เงินหยวนมีทิศทางการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวหรือแข็งอย่างเดียวแน่นอน
เพราะต้องไม่ลืมว่า เงินหยวนแม้ว่าจะผ่อนคลายมากขึ้น แต่อย่างไรเสียก็ไม่ใช่ค่าเงินที่มีความเสรีครับ







