
ความยุติธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายราชการ
กรณีศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี และคืนตำแหน่งให้คุณถวิล เปลี่ยนศรี ที่ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีว่าใช้อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรมนั้น เป็นกรณีที่ผู้เกี่ยวข้องควรนำมาศึกษา โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่และการใช้อำนาจของข้าราชการการเมืองที่มีต่อข้าราชการประจำ
กรณีศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี และคืนตำแหน่งให้คุณถวิล เปลี่ยนศรี ที่ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีว่าใช้อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรมนั้น เป็นกรณีที่ผู้เกี่ยวข้องควรนำมาศึกษา โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่และการใช้อำนาจของข้าราชการการเมืองที่มีต่อข้าราชการประจำ
พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 34 บัญญัติว่า การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนต้องเป็นไปเพื่อผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่า โดยให้ข้าราชการปฏิบัติราชการอย่างมีคุณภาพ คุณธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดระบุในคำตัดสินเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ไว้อย่างชัดเจนว่า “แม้นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดฝ่ายบริหารจะมีอำนาจใช้ดุลพินิจบริหารงานบุคคล แต่การใช้อำนาจต้องเป็นไปตามหลักของกฎหมาย
ศาลปกครองไม่อาจก้าวล่วงได้ แต่ศาลปกครองมีอำนาจตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหารได้ และนายกรัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเพื่อให้การบริหารเป็นไปตามนโยบาย แต่ต้องมีเหตุผล ซึ่งการโยกย้ายนายถวิล ไม่ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีได้อ้างเหตุผลใด”
จากคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด เห็นชัดเจนว่าการใช้อำนาจต้องเป็นไปตามกฎหมายและมีเหตุผลรองรับ ซึ่งไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 34 ที่ระบุว่า การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนต้องเป็นไปเพื่อผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า โดยให้ข้าราชการปฏิบัติราชการอย่างมีคุณภาพ คุณธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
นอกจากนี้ มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ระบุว่า การสรรหาเพื่อให้ได้บุคคลมาบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรม และคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าว ตลอดจนประโยชน์ของทางราชการ ทั้งนี้ตามที่กำหนดในหมวดนี้
มาตรา 42 การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนสามัญตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คำนึงถึงระบบคุณธรรมดังต่อไปนี้
(1) การรับบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ
(2) การบริหารทรัพยากรบุคคล ต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กรและลักษณะของงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
(3) การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อนตำแหน่ง และการให้ประโยชน์อื่นแก่ข้าราชการต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรม โดยพิจารณาจากผลงาน ศักยภาพและความประพฤติ และจะนำความคิดเห็นทางการเมืองหรือสังกัดพรรคการเมืองมาประกอบการพิจารณามิได้
(4) การดำเนินการทางวินัยต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ
(5) การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง
ชัดเจนว่าการบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลของภาครัฐ ต้องคำนึงถึงหลักคุณธรรม จริยธรรม ทุกข้อและทุกขั้นตอน
คำถามคือ ทำไมเรายังคงได้ยินข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรม อ้างประสิทธิภาพในการบริหารราชการ ทั้งที่ในสามัญสำนึกทั่วไปของเราก็เห็นว่าเป็นการกระทำที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรม พฤติกรรมทางจริยธรรมที่เหมาะสม
รวมถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดังกรณีของคุณถวิล เปลี่ยนศรี เป็นต้น
นอกจากมีระบบคุณธรรมในการบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลของภาครัฐแล้ว การใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จะต้องมีเหตุผล ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย รวมไปถึงข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจประกอบการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวด้วย
มาตรา 57 (1) อนุ 2 ในการเสนอเพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่ง ให้รายงานความสมควร พร้อมทั้งเหตุผลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำหนดไปด้วย
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการบริหารงานบุคคลภาครัฐ มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้ดำเนินการดูแลข้าราชการให้มีคุณภาพ คุณธรรม และคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการที่กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ข้าราชการที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรม หรือไม่ เพียงใด
ศาลอ้างเหตุผลด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ยังไม่ได้ทำการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรายงานเหตุผลประกอบการแต่งตั้งดังกล่าวออกมา จึงทำให้การพิจารณารายงานเหตุผลขาดความรอบคอบ ขาดข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่รอบด้าน ไม่ได้คำนึงถึงระบบคุณธรรม พฤติกรรมทางจริยธรรม ประโยชน์ของชาติ และความสามารถอย่างครบถ้วนเหมาะสมเพียงพอ
ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จึงควรเร่งทำการศึกษาและพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการให้มีความสอดคล้องกับระบบคุณธรรม เป็นไปตามเจตนารมณ์และหลักของกฎหมาย (พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551)
ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม ในการบรรจุแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ สร้างความเชื่อถือไว้วางใจต่อระบบราชการ ทั้งยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและดูแลข้าราชการที่ยึดมั่นตามศีลธรรมจรรยา ประพฤติปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ไม่ให้ถูกรังแกจากความไม่ชอบธรรม หรือจากคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกทางหนึ่งด้วย







