
"สุเทพ" ลั่นสู้ยาวทั้งปี
การชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่ม กปปส. ย่างเข้าสู่เดือนที่ 5 เข้าไปแล้ว แม้จะยกระดับกดดันครั้งแล้วครั้งเล่า
การชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่ม กปปส. ย่างเข้าสู่เดือนที่ 5 เข้าไปแล้ว แม้จะยกระดับกดดันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่สามารถปิดเกมได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ด้วยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังยืนยันหัวเด็ดตีนขาดไม่ลาออก
ฝ่ายหนึ่งรุกไล่ ฝ่ายหนึ่งยื้ออำนาจไว้เหนียวแน่น คนกลางก็ไม่สามารถประสานความขัดแย้งได้ อนาคตการเมืองไทยฉากนี้จึงยังเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบว่าจะจบลง “อย่างไร” และ “เมื่อไหร่”
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประเมินสถานการณ์ผ่าน “โพสต์ทูเดย์” ว่า ขณะนี้รัฐบาลอ่อนเปลี้ยเต็มทนแล้ว เชื่อว่าไม่เกิน 1-2 เดือนนี้ ทุกอย่างน่าจะจบ แต่... ถ้าไม่เป็นไปตามคาดก็พร้อมต่อสู้ขับไล่รัฐบาลยาวทั้งปี
ประเมินการชุมนุม 4 เดือนที่ผ่านมาอย่างไร?
ตั้งแต่เริ่มต่อสู้มาถึงวันนี้ ผมมองว่ามวลมหาประชาชนเข้มแข็งขึ้นทุกวัน จากสามเสน 23 หมื่นคน นัดชุมนุมใหญ่ 24 พ.ย. 2556 มากันเยอะกว่าการชุมนุมครั้งไหนๆ เต็มถนนราชดำเนินไปถึงครึ่งสนามหลวงข้ามไปถึงสะพานปิ่นเกล้า
วันที่ 9 ธ.ค. 2556 ยกระดับเดินขบวนครั้งใหญ่ ประชาชนออกมาเดินกันมากมาย พอคนมาก รัฐบาลก็ประกาศยุบสภาเช้าวันนั้นเลย เพราะคิดเอาเองว่าถ้ายุบสภา คนคงเลิก เราก็ยกระดับอีก ยืนยันต้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง
วันที่ 22 ธ.ค. 2556 ปิดกรุงเทพฯ ครึ่งวันก็มีคนกรุงมาร่วมชุมนุมเห็นด้วยจนมาถึงชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปิดมาเดือนครึ่งรัฐบาลก็ไม่สะทกสะท้าน มีแต่พวกเดียวกันที่เดือดร้อน จึงรวมทุกเวทีมาอยู่ในสวนลุม แล้วยกระดับตัดท่อน้ำเลี้ยงธุรกิจตระกูลชิน ปรากฏว่าคนก็ตอบรับดี
เราเห็นการสนับสนุนของคนกรุงเทพฯ มากมายก็มั่นใจว่าพลังของประชาชนไม่ลดแล้ว ทุกคืนมีคนมาชุมนุมในสวนลุม 23 หมื่นคน เลิกงานก็มา พอผมปราศรัยเสร็จก็กลับ แสดงว่ามวลชนไม่ได้ท้อถอย มีคนดูผ่านหน้าจอทีวีอีกหลายล้านคน ฉะนั้น ผมประเมินว่ามวลชนเข้มแข็งขึ้น
ประชาชนออกมามากแต่ก็ยังปิดเกมไม่สำเร็จ?
เมื่อประชาชนออกมาต่อสู้แล้ว สิ่งที่เราคาดหวัง คือ ต้องให้ข้าราชการทั้งหลายเห็นดีเห็นงาม รัฐบาลที่เดินอยู่ได้เพราะมีข้าราชการเป็นฟันเฟือง แต่ถ้าฟันเฟืองหยุดหมด รัฐบาลก็เท้งเต้ง ทำอะไรไม่ได้ วันใดที่ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารตัดสินใจยืนอยู่ข้างประชาชน อำนาจอธิปไตยก็กลับมาเป็นของประชาชน วันนั้นผู้แทนประชาชนก็ประกาศความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลได้ทันที
ประเมินท่าทีข้าราชการอย่างไร?
ขยับน้อย...ที่มีก็ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่เอารัฐบาลโกง ต้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง กระทรวงอื่นก็มาบ้างแต่ไม่เปิดเผย ข้าราชการยังไม่แน่ใจว่าระบอบทักษิณจะหมดไปได้ กลัวตัวเองจะเดือดร้อน ถูกโยกย้ายถูกปลด แต่วันนี้เริ่มมีข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศเป็นกระทรวงที่ 2 ถ้ามีอย่างนี้ตามออกมาเยอะๆ มันก็เทตามกันมา
รูปแบบในการมายืนข้างประชาชนเป็นอย่างไร?
ถ้าเขาส่งสัญญาณมาว่าตกลงรู้เช่นเห็นชาติแล้วว่ารัฐบาลมันแย่จริงๆ ปฏิเสธกฎหมาย ปฏิเสธรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาก็ไม่ฟัง ป.ป.ช.ก็ไม่ฟัง กลายเป็นพวกนอกกฎหมายไปแล้ว ถ้าข้าราชการสำนึกแล้วมาอยู่กับเราก็โอเค หรือวันหนึ่งกองทัพประกาศเองว่ากองทัพอยู่ข้างประชาชนแบบครั้งที่ พล.อ.อนุพงษ์ (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.) พาผู้นำเหล่าทัพออกทีวี เราก็ประกาศความเป็นรัฏฐาธิปัตย์เลย ไม่จำเป็นต้องให้ทหารยึดอำนาจ
เราไม่ได้เรียกร้องให้ทหารยึดอำนาจ เราเรียกร้องให้เขามาร่วมกับเรา พูดง่ายๆ ว่าถ้าจะยึดอำนาจก็ขอให้ประชาชนเป็นคนยึด เอาอำนาจอธิปไตยที่เคยมอบให้พวกนี้คืนมา จะเรียกว่าประชาภิวัฒน์หรือปฏิวัติประชาชนก็แล้วแต่
ทำไม 4 เดือนได้แค่ 2 กระทรวง?
ช้า...แต่การต่อสู้โดยสันติต้องใช้เวลา ใช้ความอดทน ถ้าออกมาน้อยก็ต้องอดทนเรียกร้องไปเรื่อยๆ ผมยังเชื่อว่าเร็วๆ นี้จะชัดขึ้น เพราะรัฐบาลได้แสดงออกซึ่งสันดานจริงๆ ออกมา พอถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยซ้ำแล้วซ้ำอีก พอถูก ป.ป.ช.ตั้งข้อหา ณัฐวุฒิ (ใสยเกื้อ) ก็ออกมาบอกว่า ป.ป.ช.จะชี้มูลอย่างไรอย่าไปสนใจ พูดง่ายๆ ว่าปฏิเสธองค์กรอิสระอย่างแท้จริง ฉะนั้น ข้าราชการทั้งหลายก็ต้องคิด
ทหารมีสัญญาณมายืนข้างประชาชนไหม?
ตั้งแต่วันที่ผมพบกับยิ่งลักษณ์ต่อหน้าผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ มันมีสัญญาณที่ดี วันนั้นฝ่ายทหารบอกว่าจะยืนอยู่ข้างประเทศไทย นี่ผมถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมาก ผมไม่ได้มองว่าเป็นวาทกรรม เพราะข้าราชการทหารต้องทำตาม วันนั้นที่เขาประกาศว่าเลือกข้างประเทศไทยคือเขาไม่เลือกข้างรัฐบาล
ต่อมาเมื่อรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กองทัพก็ไม่เข้าร่วมด้วย นี่เห็นชัด ผมคิดว่ากองทัพก็เหมือนข้าราชการทั้งหลาย รู้อยู่ แต่ว่าอาจจะยังไม่ถึงดีกรี เหมือนต้มน้ำ มันยังไม่ถึงขีดที่จะเอามาชงกาแฟได้ มันก็ต้องรอไป ผมคิดว่าข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร เขาก็รอดูว่าถึงจุดไหน ผมคิดว่าเราสู้มา 4 เดือน ระยะเวลาของความสำเร็จน้อยกว่านั้นแน่นอน ไม่ถึงครึ่งของ 4 เดือน ดูอาการแล้วคิดว่าไม่เดือนนี้ก็เดือนหน้าต้องจบ
มีข้อเสนอให้มีการเลือกตั้งเพื่อหารัฐบาลมาทำปฏิรูป?
ผมไม่เห็นด้วย ถ้าเลือกตั้งโดยกฎกติกาเดิม เพื่อไทยก็มาเป็นรัฐบาล มันก็ไม่ปฏิรูป ถ้าทำอย่างนี้เท่ากับช่วยพรรคเพื่อไทย เราไม่เอา อย่างนี้ไม่ถอยให้ จะเลือกตั้งโมฆะแล้วก็ตามใจ โมฆะแล้วก็โมฆะอีก ตราบใดที่ยังไม่ปฏิรูปประเทศก็ต้องโมฆะไปเรื่อยๆ
หวังกับองค์กรอิสระที่จะทำโรดแมปมากแค่ไหน?
ผมหวังกับข้าราชการมากกว่าองค์กรอิสระ เราไม่ค่อยไปยุ่งกับองค์กรอิสระ เขาก็ทำหน้าที่ไป บางอย่างเราก็จะเป็นปัญหากับองค์กรอิสระเหมือนกัน เช่น องค์กรอิสระที่จะเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง เราก็ต้องคัดค้านการเลือกตั้ง แบบนั้นก็ไปคนละทาง ยืนยันว่าไม่เอากฎกติกาเดิม ต้องปฏิรูปก่อน จะโมฆะกี่หนก็ต้องเป็นอย่างนี้







