
ล้ม‘2ล้านล.’ทุบเหล็กทรุด
ส.อ.ท.ชี้ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านล่ม ฉุดยอดใช้เหล็กในประเทศทรุด 10%
ส.อ.ท.ชี้ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านล่ม ฉุดยอดใช้เหล็กในประเทศทรุด 10% ปีนี้เหตุงานก่อสร้างหาย ยอดผลิตรถทรุด
ทำความต้องการใช้เหล็กระยะยาวลดลง คาดยอดผลิตเหล็กไตรมาสแรกทรุด 6-7% ทั้งปี 10% เหตุงานก่อสร้างหาย ยอดผลิตรถทรุด
นายนิกร สุศิริวัฒนนนท์ ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทตกไปทั้งฉบับ และคาดว่าจะทำให้โครงการลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงต้องเลื่อนการลงทุนออกไปอย่างไม่มีกำหนดนั้น ทำให้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศลดลงตามโครงการก่อสร้างที่หายไป
ที่เดิมคาดว่าจะสูงขึ้นตามการก่อสร้างต่างๆ เช่น การสร้างฐานหรือสถานี รวมถึงโครงการของเอกชนที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการรัฐ
ทั้งนี้ กลุ่มที่ความต้องการลดลงชัดเจนทั้งในปีนี้และระยะต่อไปคือเหล็กเส้น เหล็กทรงยาวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ส่วนเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างรางส่วนใหญ่เป็นการนำเข้ามาอยู่แล้ว ไม่กระทบต่อการประเมินการใช้เหล็กที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
นายนิกร กล่าวว่า แม้จะไม่มีประเด็น พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็คาดว่าการใช้และการผลิตเหล็กในประเทศปีนี้จะลดลง เนื่องจากความต้องการบริโภคเหล็กนั้นหลักๆ จะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ซึ่งปีนี้มีแนวโน้มซบเซาอยู่แล้วตามสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ตอนนี้ไม่เอื้อให้เกิดการลงทุนมากนัก
นอกจากเหล็กทรงยาวที่จะลดลงตามอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ซบเซาแล้ว ในกลุ่มเหล็กทรงแบนที่ส่วนมากใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ คาดว่าจะลดลงตามการผลิตรถยนต์ที่ปีนี้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาหลังสิ้นสุดมาตรการรถคันแรก ขณะที่การส่งออกรถยนต์ยังไม่ชัดเจนว่าจะขยายตัวได้ดี
อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยข้างต้นคาดว่าจะทำให้ความต้องการใช้เหล็กลดลงนี้ทำให้คาดว่าไตรมาสแรกนี้การผลิตเหล็กของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กจะลดลง 67% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และคาดว่าทั้งปีการผลิตจะลดลงประมาณ 10%
“แม้จะไม่มีประเด็น พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็คาดว่าการใช้และผลิตเหล็กในประเทศปีนี้จะลดลงตามเนื่องจากความต้องการบริโภคเหล็กนั้นหลักๆ จะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่ซบเซา” นายนิกร กล่าวอยู่แล้วตามสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ตอนนี้ไม่เอื้อให้เกิดการลงทุนมากนัก
รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ระบุว่า ได้ประมาณการเบื้องต้นว่าปีนี้การผลิตเหล็กในประเทศจะอยู่ที่ 7.14 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.64% จากปี 2556 ที่มีการผลิต 6.76 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่อาจผันผวนจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ต้องดูความคืบหน้าของนโยบายการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และแนวโน้มตลาดในอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้เหล็กด้วย
สำหรับปี 2556 ที่ผ่านมา ไทยมีการผลิตเหล็กในประเทศ 6.76 ล้านตัน ลดลง 3.70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มีบริโภคภายในประเทศ 17.58 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.9% ส่งออก 1,038 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 15.17% นำเข้า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.44%







