
ศอฉ.ออกพรก.ฉุกเฉินคุม15จว.
ศอฉ.ประกาศพรก.ฉุกเฉินคุม15จังหวัดเหนือ-อีสาน-กลางสกัดม็อบเข้ากรุงเทพฯ พร้อมใช้กระสุนจริงกับเสื้อแดงหากเข้าใกล้ระยะ30หลา
ศอฉ.ประกาศพรก.ฉุกเฉินคุม15จังหวัดเหนือ-อีสาน-กลางสกัดม็อบเข้ากรุงเทพฯ พร้อมใช้กระสุนจริงกับเสื้อแดงหากเข้าใกล้ระยะ30หลา
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงช่วงเย็นวันที่ 13 ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานประธาน ศอฉ.เป็นประธาน ได้ข้อสรุป 5 ข้อสำคัญ ประกอบด้วย 1. จะปิดถนนเพิ่มอีก 2 เส้นสั้นๆ คือ ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกปทุมวัน-แยกเจริญผล และถนนราชปรารภตั้งแต่แยกประตูน้ำ-แยกมักกะสัน เพื่อเพิ่มความกดดันผู้ชุมนุมออกนอกพื้นที่
2. ศอฉ.ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพิ่มเติมในอีก 15 จังหวัด ที่มีกลุ่ม นปช.เคลื่อนไหว ประกอบด้วย ภาคกลาง จ.ชลบุรี, นนทบุรี, สมุทรปราการ, ปทุมธานี และ พระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น, อุดรธานี, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, ศรีสะเกษ และเหนือ จ.เชียงใหม่, เชียงราย, น่าน, ลำปาง และ นครสวรรค์ เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ดูแลป้องกันเคลื่อนไหวกลุ่ม นปช.ที่อาจเข้ามาสมทบการชุมนุมใน กทม.
3. เสนอปรับโครงสร้าง ศอฉ.ในภูมิภาค ยกระดับให้ แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นบัญชาการ ศอฉ.ภูมิภาค โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด 15 แห่ง ที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นผู้บัญชาการกองกำลังจังหวัด ที่มีความใกล้เคียง ศอฉ.ส่วนกลาง
4. กองทัพอากาศ เตรียมออกประกาศเขตหวงห้ามการบิน ห้ามไม่มีเครื่องบิน เครื่องร่อน อากาศยานทุกชนิด บินเหนือพื้นที่แยกราชประสงค์ ในระดับความสูงจากพื้นดิน 6,000 ฟุต ในรัศมี 3.6 กิโลเมตร เนื่องจากตรวจสอบพบว่ากลุ่ม นปช.มีการใช้เครื่องบินบังคับวิทยุติดตั้งกล้องเพื่อสอดแนมการทำงานของเจ้าหน้าที่
และ 5. ศอฉ.ยังยึดแนวทางปฏิบัติเดิมเพื่อปิดล้อมสกัดกั้นพื้นที่แยกราชประสงค์ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันนี้ เพื่อกระชับวงล้อมรอบพื้นที่ชุมนุม โดยตัดการบริการสาธารณะทุกชนิดทั้งไฟฟ้า น้ำประปา การจราจร รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน รถประจำทาง และเรือโดยสารทางคลองแสนแสบ เพื่อให้ส่งผลกระทบและกดดันต่อกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อให้ยุติการชุมนุมแล้วออกจากพื้นที่โดยเร็ว และไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่พักอยู่อาศัยและทำงานในพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ครม.ได้มีมติเห็นชอบการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพิ่มในพื้นที่ 15 จังหวัด โดยเตรียมแถลงผ่านโทรทัศน์รวมกาลเฉพาะกิจ เวลา 20.00 น.
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องใช้รถเกราะเพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่อยู่ในพื้นที่ หลังมีการข่าวที่น่าเชื่อถือได้ว่า มีการเตรียมใช้จรวดอาร์พีจียิงทำร้ายเมื่อเจ้าหน้าปฏิบัติงาน
สำหรับการใช้อาวุธ เช่น ปืนทราโว่ หรือปืนกลเอ็ม-16 เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง 3 กรณี เริ่มตั้งแต่ 1.การยิงข่มขวัญขึ้นฟ้า 2.ยิงเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้าย และ 3.ยิงไปยังบุคคลที่มีอาวุธอยู่ในมือไม่ว่าจะเป็นปืน ลูกระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะยิงปืนทีละนัด ไม่ได้ยิงแบบอัตโนมัติ เพื่อกดดันผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่
ทั้งนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่พลแม่นปืน หรือสไนเปอร์ ทำหน้าที่ในการระวังป้องกัน และใช้ยิงผู้ก่อการร้ายที่มีอาวุธ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะไม่มีอาวุธหนักอื่น โดยไม่มีการใช้ลูกระเบิดขว้าง ระเบิดเอ็ม-79 หรือปืนที่นอกเหนือไปจากนี้ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ







