posttoday
การดำเนินการทางกฏหมายประธานและรองประธานวุฒิสภาที่พ้นตำแหน่ง(ตอนจบ)

การดำเนินการทางกฏหมายประธานและรองประธานวุฒิสภาที่พ้นตำแหน่ง(ตอนจบ)

14 มีนาคม 2557

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีความเห็นและแนวทางการปฏิบัติในกรณีดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้โดยต่อเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งชุดเก่าที่ถึงคราวออกตามวาระไป สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดเดิมต้องอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนถึงวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ และมีจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่รวมกันกับสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาที่ยังคงอยู่ในวาระแล้ว มีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด กล่าวคือ ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 143 คน จึงจะถือได้ว่า “มีสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่” เกิดขึ้นตามมาตรา 117 วรรคสามแล้ว ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักการของมาตรา 111 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า กรณีที่มีเหตุการณ์ใดๆ ทำให้สมาชิกวุฒิสภาไม่ครบจำนวน 150 คน แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ให้ถือว่าวุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนดังกล่าว แต่ต้องมีการเลือกตั้งให้ได้สมาชิกวุฒิสภาจนครบจำนวน 150 คน ภายใน 180 วัน

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีความเห็นและแนวทางการปฏิบัติในกรณีดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้โดยต่อเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งชุดเก่าที่ถึงคราวออกตามวาระไป สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดเดิมต้องอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนถึงวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ และมีจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่รวมกันกับสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาที่ยังคงอยู่ในวาระแล้ว มีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด กล่าวคือ ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 143 คน จึงจะถือได้ว่า “มีสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่” เกิดขึ้นตามมาตรา 117 วรรคสามแล้ว ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักการของมาตรา 111 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า กรณีที่มีเหตุการณ์ใดๆ ทำให้สมาชิกวุฒิสภาไม่ครบจำนวน 150 คน แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ให้ถือว่าวุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนดังกล่าว แต่ต้องมีการเลือกตั้งให้ได้สมาชิกวุฒิสภาจนครบจำนวน 150 คน ภายใน 180 วัน

อย่างไรก็ตาม สมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งมีความเห็นว่า เนื่องจากบทบัญญัติมาตรา 117 วรรคหนึ่ง กำหนดให้สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งเริ่มตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ประกอบกับได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 30 มี.ค. 2557 จึงต้องถือว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดเก่าต้องคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 117 วรรคสาม จนถึงวันที่ 29 มี.ค. 2557 และสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2557 อันเป็นวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาใหม่เป็นการทั่วไป ส่วนบทบัญญัติมาตรา 111 วรรคสี่ ที่กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดนั้น น่าจะใช้บังคับแก่กรณีของการสรรหาและเลือกตั้งวุฒิสภาชุดแรกเท่านั้น เพราะหลังจากมีวุฒิสภาชุดแรกแล้ว สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาและที่มาจากการเลือกตั้งจะสลับกันพ้นจากตำแหน่งตามวาระ และอาจมีสมาชิกวุฒิสภาบางท่านลาออกหรือพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุต่างๆ ได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าววุฒิสภาย่อมประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ตามมาตรา 111 วรรคสาม

ปัญหาการพ้นจากตำแหน่งประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาดังกล่าวข้างต้น เป็นปัญหาที่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อสังเกตว่า เมื่อครั้งที่ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นประธานวุฒิสภาต่อจากประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาคนก่อน ในปี 2554 นั้น ประกาศแต่งตั้งประธานวุฒิสภา ลงวันที่ 4 พ.ค. 2554 ได้ระบุว่า ประสพสุข บุญเดช ต้องพ้นจากตำแหน่งประธานวุฒิสภา ด้วยเหตุที่สมาชิกภาพความเป็นวุฒิสภาได้สิ้นสุดลงเพราะเหตุถึงคราวออกตามวาระ และโดยข้อเท็จจริง เมื่อ กกต.ได้ประกาศรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ในวันที่ 12 เม.ย. 2554 ประสพสุข บุญเดช ก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภาแล้วแต่อย่างใด นอกจากนี้ แม้ว่าจะมีกรณีตัวอย่างอื่นที่เคยถือปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวในอดีตมาอย่างไร ก็ไม่อาจถือเป็นบรรทัดฐานหรือแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องได้ เพราะกรณีก่อนหน้านี้อาจเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น และยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ปัญหานี้จึงควรได้รับการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ทราบบรรทัดฐานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงสร้างของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกอบไปด้วยสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาและจากการเลือกตั้งที่จะสลับกันพ้นจากวาระ ซึ่งมีความแตกต่างจากองค์ประกอบของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2540 และฉบับก่อนหน้านี้ การที่ประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาคนที่สองได้อยู่และแสดงเจตนาที่จะอยู่ในตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภาจนกว่าจะได้เลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาคนใหม่ แม้ว่าตนเองได้พ้นจากสมาชิกภาพหรือมีสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งขึ้นใหม่หลังจากนี้แล้วก็ตาม รวมถึงการที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของประธานวุฒิสภาได้ออกแนวทางปฏิบัติราชการในเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษรไปในทางที่สนับสนุนการอยู่ในตำแหน่งของประธานและรองประธานวุฒิสภา หลังขาดจากสมาชิกภาพอันเป็นการขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 111 ก็อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งผู้ทราบการกระทำอาจนำกรณีดังกล่าวไปยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญได้ โดยกรณีดังกล่าวแม้ว่าจะยังไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างวุฒิสภากับองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญอันอยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยตามมาตรา 214 แต่ก็ควรได้รับการวินิจฉัยโดยรัฐธรรมนูญผ่านทางช่องทางมาตรา 68 โดยอาศัยเหตุข้างต้น เพราะเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องทราบความชัดเจน มิฉะนั้นย่อมอาจทำให้เกิดข้อสงสัยทางกฎหมายว่าการปฏิบัติหน้าที่ประธานหรือรองประธานวุฒิสภาภายหลังจากวันที่พ้นจากสมาชิกภาพ จะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และจะมีผลผูกพันวุฒิสภาหรือที่ประชุมวุฒิสภาหรือไม่ นอกจากนี้ ในการที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ออกแนวทางปฏิบัติราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาในเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษร (แนวทางการปฏิบัติราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในกรณีสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลงเมื่อถึงคราวออกตามวาระ ตามมาตรา 119 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) ซึ่งมีผลผูกพันเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ก็อาจเข้าข่ายเป็นการที่หน่วยงานของรัฐออกกฎหรือคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายจากการดังกล่าว อาจฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนแนวทางการปฏิบัติราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ หากมีเหตุที่ต้องมีการประชุมวุฒิสภา ประเด็นการพ้นจากตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภาย่อมเป็นประเด็นสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภาต้องหารือถกเถียงกันในที่ประชุม และแม้ว่าสำนักเลขาธิการวุฒิสภาจะมีแนวทางปฏิบัติราชการในเรื่องดังกล่าว ก็ไม่มีผลผูกพันต่อสมาชิกวุฒิสภา หรือที่ประชุมวุฒิสภาที่จะวินิจฉัยหรือถือปฏิบัติเป็นอย่างอื่น

ในกรณีที่ประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาคนที่สองได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภาหลังจากพ้นวาระการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในภายหลังว่าประธานและรองประธานวุฒิสภาคนที่สองต้องพ้นจากตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภา ตั้งแต่พ้นจากวาระการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวก็จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และอาจเป็นเหตุให้มีผู้เข้าชื่อร้องขอให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอนประธานวุฒิสภาหรือรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง หรือยื่นข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีอาญา รวมตลอดถึงเลขาธิการวุฒิสภา เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องในการออกแนวทางปฏิบัติราชการดังกล่าวข้างต้นหรือผู้ที่ให้การสนับสนุน

การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายมีมูลเป็นความผิดฐานผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 123/1 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69