
เรืองไกรอัดปปช.สองมาตรฐานปมจำนำข้าว
“เรืองไกร” ย้อนถาม “วิชา มหาคุณ ” ไม่ได้โปรดเกล้าฯ ปมวิกฤติตุลาการปี 35 หรือไม่
“เรืองไกร” ย้อนถาม “วิชา มหาคุณ ” ไม่ได้โปรดเกล้าฯ ปมวิกฤติตุลาการปี 35 หรือไม่
ที่พรรคเพื่อไทย นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการติดตามการดำเนินการของ ป.ป.ช.ในคดีทุจริตจำนำข้าว จะเห็นความเป็นสองมาตรฐานของ ป.ป.ช.อย่างมีนัยยะสำคัญพอสมควร เนื่องจากกรณีทุจริตโครงการะบายข้าวของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนถึงขณะนี้ยังไม่ดำเนินการตั้งข้อกล่าวหาหรือเรียกนายอภิสิทธิ์มารับทราบ ข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ทั้งที่การตรวจสอบดำเนินมานานเกินสมควรแล้ว แต่กลับใช้เวลาเพียง 21 วัน ตั้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในคดีทุจริตจำนำข้าว ทั้งนี้ มีข้อสังเกตเปรียบเทียบว่ากรณีของนายอภิสิทธิ์มีการตรวจสอบโดยกรมสอบสวนคดี พิเศษหรือดีเอสไอ และสรุปส่งเป็นสำนวนสืบสวนพร้อมเอกสารเป็นหมื่นแผ่นตั้งแต่ 5 ก.ค.55 แต่ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ทำหนังสือไปถึง อคส.ให้ส่งเอกสารเรื่องดังกล่าว ขณะที่นายใจเด็ด พรไชยา กรรมการ ป.ป.ช.ก็ทำหนังสือขอเอกสาร อคส.อีกรอบ ถือเป็นการเรียกขอเอกสารซ้ำซ้อนหรือไม่ ทั้งนี้ ป.ป.ช.ตรวจสอบฝ่ายหนึ่งเร่งรีบ รวบรัด ขณะที่อีกฝ่ายกลับล่าช้าจนน่าสงสัย ดังนั้นขอให้ประชาชนร่วมเฝ้าติดตามมาตรฐานการตรวจสอบด้วย
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้อยากตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ซึ่งมีกรรมการ ป.ป.ช.บางส่วนไมได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนั้น แม้จะออกมาตอบโต้ว่าได้รับการแต่งตั้งโดยคณะปฏิวัติในขณะที่ประเทศไทยเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ได้รับการยกเว้นเรื่องการสรรหาจึงไม่ต้องมีการโปรดเกล้าฯ ก็เป็นเหตุที่ฟังไม่ขึ้น ถามว่าทำไม พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯ ขณะนั้นได้รับโปรดเกล้าฯ นายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่ ป.ป.ช.ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ อาจมีสาเหตุมาจากวิกฤติตุลาการปี 35 หรือไม่ มีเหล่าผู้พิพากษาติดโทษวินัยบำเหน็จความชอบใช่หรือไม่ จึงต้องถามกลับดังๆ ไปยังนายวิชาให้ช่วยตอบด้วย







