
ลูกหนี้ผุดโมเดลปลดหนี้
ชมรมลูกหนี้ผุดโมเดลต้นแบบ ตั้งโต๊ะเจรจาปลดหนี้
ชมรมลูกหนี้ผุดโมเดลต้นแบบ ตั้งโต๊ะเจรจาปลดหนี้
น.ส.อาจิน จุ้งลก เลขานุการชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ เปิดเผยว่า ชมรมฯ ได้จัดทำโครงการปรับโครงสร้างหนี้สินส่วนบุคคลทั้งที่เป็นหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ โดยใช้วิธีการให้ลูกหนี้รวมตัวเป็นกลุ่มเพื่อเจรจากับเจ้าหนี้
การดำเนินโครงการแก้ไขหนี้ในรูปแบบดังกล่าว ได้มีการดำเนินการแล้วคือการแก้หนี้นอกระบบของบุคลากรโรงพยาบาลกรุงเทพ มีลูกหนี้เข้าโครงการ 618 ราย รวมเป็นเงิน 29,484,227 บาท เจรจาประนอมหนี้แล้ว 575 ราย ยอดหนี้ 25.23 ล้านบาท ลดลงเหลือ 18.9 ล้านบาท หรือลดภาระหนี้ให้บุคลากรได้ 6.2 ล้านบาท ร่วมกับเครือข่ายผู้หญิงปลอดหนี้มีสุข โดยมีหลักการคือ การรวมลูกหนี้ขึ้นเป็นกลุ่ม เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งหนี้ในระบบที่มีกับสถาบันการเงินต่าง ๆ และหนี้นอกระบบ
กู้มา จะเป็นหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายวันหรือรายเดือน มีลูกหนี้เข้าโครงการ 618 ราย รวมเป็นเงิน 29,484,227 บาท เจรจาประนอมหนี้แล้ว 575 ราย ยอดหนี้ 25.23 ล้านบาท ลดลงเหลือ 18.9 ล้านบาท หรือลดภาระหนี้ให้บุคลากรได้ 6.2 ล้านบาท ร่วมกับเครือข่ายผู้หญิงปลอดหนี้มีสุข โดยมีหลักการคือ การรวมลูกหนี้ขึ้นเป็นกลุ่ม เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งหนี้ในระบบที่มีกับสถาบันการเงินต่าง ๆ และหนี้นอกระบบ
หลงจทั้งนี้ หลังจากโครงการของโรงพยาบาลกรุงเทพประสบความสำเร็จก็กลายเป็นโมเดลใหม่ในการแก้ไขหนี้ โดยขณะนี้นำไปใช้ช่วยเหลือบุคลากรของโรงพยาบาลกลาง นอกจากการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ยังมีการขอสินเชื่อจากธนาคารอื่นมาชำระหนี้ด้วย
“หลังจากเจรจาประนอมหนี้ โรงพยาบาลกลางได้ประสานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้บุคลากรที่มีหนี้นอกระบบมาขอสินเชื่อระยะสั้นรายละไม่เกิน 2 แสนบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ตามกำหนดนัด โดยมีการขอสินเชื่อ ธ.ก.ส. รวม 134 ราย ยอดเงิน 2.39 ล้านบาท” น.ส.อาจิน กล่าว
สำหรับหนี้ในระบบซึ่งเป็นหนี้จากการซื้อบ้านหรือเครื่องอุปโภคบริโภคกับสถาบันการเงินอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ ซึ่งมีตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าร่วมด้วย และชมรมฯ ได้ให้ความรู้ในการเจรจาประนอมหนี้และรับมือการติดตามทวงหนี้ โดยอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ ซึ่งมีตัวแทนธปท.เข้าร่วมด้วย
ปัจจุบันชมรมฯ มีสมาชิก 585 คน มียอดหนี้รวม 522 ล้านบาท ส่วนใหญ่หนี้ในระบบ 411 ล้านบาท ที่เหลือเป็นหนี้นอกระบบและสร้างเครือข่ายได้ใน 3 จังหวัด คือ กทม. นครราชสีมา และสุโขทัย







