
กฎแห่งสมดุล
...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ความจริงโลกนี้มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย แม้จะอยู่คนละฟากฝั่งฟ้า ถ้ามองให้ดีสามารถนำมาเตือนใจ
อย่างวิกฤตการณ์เศรษฐกิจที่ระเบิดในยุโรป เริ่มจากกรีซ นี่ก็ใช่
กรีซเกิดปัญหาขาดดุลมหาศาล ส่งผลให้หนี้สินภาครัฐเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 125% ของขนาดเศรษฐกิจ ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร
ขณะเดียวกัน กรีซก็ยังมีปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่อยู่ในระดับที่สูงเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงสภาวะการใช้จ่ายเงินที่เกินตัว โดยใช้จ่ายเกินกว่าความสามารถในการหาเงินตรา
สุดท้ายกรีซก็จอดไม่ต้องแจว ไปไม่รอด
และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ การเมียงมองไปยังชาติอื่นๆ จะเดินซ้ำรอยกรีซหรือไม่ อาทิ อิตาลี โปรตุเกส ไอร์แลนด์ สเปน อังกฤษ ที่หนี้สินเริ่มมีมากขึ้น
ชาติยุโรปจึงต้องกระโดดเข้าไปอุ้ม แต่สุดท้าย กรีซต้องช่วยตัวเองด้วยการกลับไปสู่ภาวะแห่งความสมดุล นั่นคือการรัดเข็มขัดยึดวินัยการคลัง (Fiscal Discipline) ลดรายจ่ายให้เท่ากับรายได้
หากมองดูให้ดี สิ่งที่เกิดขึ้นในกรีซ ก็เหมือนหนังม้วนเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายๆ ประเทศในโลก
สหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจล่มสลายครั้งล่าสุด ก็เนื่องจากปัญหาหนี้สิน การใช้จ่ายที่เกินตัวของรัฐบาลอเมริกา และคนอเมริกัน
หรือแม้กระทั่งวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ของเมืองไทยก็เกิดจากการใช้จ่ายที่เกินตัว สร้างหนี้สินมากมาย จนสุดท้ายนำไปสู่การล่มสลายเพียงชั่วคืน
หัวใจของคนในโลกก็เหมือนกัน ตราบใดที่ยังละโมบไม่สิ้นสุด ตราบนั้น วิกฤตการณ์ต่างๆ จะต้องเกิดขึ้นซ้ำซาก
ความพอเพียง จึงเป็นคาถาสำคัญในการป้องกันตัว ในโลกที่มุ่งเน้นวัตถุนิยม
และหากมองต่อไปอีก ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราขณะนี้ ก็เกิดจากความไม่พอเพียงอีกเช่นกัน แต่เป็นความไม่พอเพียงในอำนาจ ทำให้เกิดปัญหาอย่างที่เห็นกันอยู่
แน่นอนผลสุดท้ายของความไม่พอเพียง ย่อมนำไปสู่การล่มจม ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ หรือด้านการเมือง
จะแดง จะเหลือง หรือจะสีอะไร หากก้าวเกินขอบเขตแห่งความพอเพียง ก็ต้องพบจุดแตกสลาย
ไม่ว่าใครหน้าไหนในโลก จะพ้นกฎแห่งความสมดุลไปไม่ได้







