
จีนต้องเตือน
ท่ามกลางวิกฤตไครเมียที่ยังคงดำเนินต่อไปในปัจจุบัน บรรดาชาติมหาอำนาจของได้เข้าไปมีส่วนร่วมต่อกรณีดังกล่าวแทบทุกประเทศแล้ว ยกเว้นจีนที่ยังคงสงวนท่าที ล่าสุดบทบรรณาธิการของสำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงทัศนะว่า พญามังกรต้องเข้าไปมีบทบาทในการเตือนการแทรกแซงของรัสเซียต่อยูเครนมากกว่าที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
ท่ามกลางวิกฤตไครเมียที่ยังคงดำเนินต่อไปในปัจจุบัน บรรดาชาติมหาอำนาจของได้เข้าไปมีส่วนร่วมต่อกรณีดังกล่าวแทบทุกประเทศแล้ว ยกเว้นจีนที่ยังคงสงวนท่าที ล่าสุดบทบรรณาธิการของสำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงทัศนะว่า พญามังกรต้องเข้าไปมีบทบาทในการเตือนการแทรกแซงของรัสเซียต่อยูเครนมากกว่าที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสีจิ้งผิง ของจีนได้หารือกับประธานาธิบดี บารัก โอมาบา ของสหรัฐทางโทรศัพท์เกี่ยวกับการแทรกแซงของรัสเซีย ทว่าสีจิ้นผิงกลับแสดงจุดยืนแค่ว่า จีนให้ความสำคัญของบูรณาภาพแห่งดินแดนและอธิปไตย ทั้งในบริบทของยูเครนและบริบทของนานาชาติ
บลูมเบิร์กแสดงความเห็นว่า จีนดำเนินนโยบายอย่างถูกทาง แต่ไม่ใช่การแสดงบทบาทอย่างสมฐานะมหาอำนาจโลก ตามที่จีนมักอ้างว่าตนเป็นหนึ่งในมหาอำนาจเช่นกัน ดังนั้นในกรณียูเครน พญามังกรจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีบทบาทได้
การที่จีนยังคงสงวนท่าทีต่อความเคลื่อนไหวในยูเครนเป็นไปได้ว่า จีนเกรงจะกระทบความสัมพันธ์กับรัสเซียในฐานะหุ้นส่วนที่ร่วมกันคานอำนาจสหรัฐและสหภาพยุโรปในเวทีโลกและหุ้นส่วนทางการค้า อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงรัสเซียไม่ได้เป็นคู่เบอร์หนึ่งของจีน เห็นได้จากในปี 2011 ปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้นเพียง 6% เท่านั้น
บลูมเบิร์กแสดงความเห็นทิ้งท้ายไว้ว่า พญามังกรในฐานะที่เป็นมหาอำนาจที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงโลกมาโดยตลอด จึงไม่ควรหลีกเลี่ยงการเตือนรัสเซียต่อกรณีการแทรกแซงเรื่องภายในยูเครน







