
สำนักงบฯลั่นเบิก2หมี่นล.ต้องมีลายเซ็นรมว.คลัง
สำนักงบฯ ยัน รมว.คลังต้องเซ็นอนุมัติเบิกงบ 2 หมื่นล้านจ่ายชาวนา
สำนักงบฯ ยัน รมว.คลังต้องเซ็นอนุมัติเบิกงบ 2 หมื่นล้านจ่ายชาวนา
นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ยืนยันว่า ในการนำเงินทดรองราชการมาจ่ายค่าข้าวให้ชาวนานั้น หากหนังสือกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) มาถึงกระทรวงการคลังและวงเงินทดรองราชการเกิน 500 ล้านบาท ผู้มีอำนาจลงนามอนุมัติจะต้องเป็นรมว.คลังเท่านั้น
“หากหนังสือมาถึงกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังจะใช้ดุลพินิจเพื่ออนุมัติการขยายวงเงิน หรือเรียกง่ายๆ ว่าให้ยืมงบกลางมาจ่ายค่าข้าว โดยมีกรมบัญชีกลางเป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะ จากนั้นก็ส่งให้ปลัดคลัง ซึ่งหากต่ำกว่า 500 ล้านบาท ปลัดคลังจะเป็นผู้ลงนาม” นายสมศักดิ์ ระบุ
ด้านนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ระบุว่า กระทรวงการคลังไม่ต้องลงนามอะไรอีก เพราะไม่ใช่การกู้เงิน แต่เป็นขั้นตอนภายในที่หน่วยราชการดำเนินการระหว่างกันเท่านั้น หากได้รับหนังสือจาก คต. กรมบัญชีกลางก็จะเร่งโอนเงินผ่านระบบจีเอฟเอ็มไอเอสภายใน 1 วัน และหากกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถนำเงินมาคืนคลังภายในเวลาที่กกต.กำหนด ก็จะใช้งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นมาใช้คืนได้
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดี คต. กล่าวว่า ได้ลงนามหนังสือยืมเงินทดรองจ่าย 2 หมื่นล้านบาท และส่งไปคลังแล้ว คาดว่าจะนำเงินมาจ่ายให้ชาวนาได้ใน 12 วันนี้ โดยยืนยันว่า เป็นการลงนามตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มอบหมายให้กรมเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ได้หมายความว่าตนจะต้องรับผิดชอบหนี้จากการยืม
สำหรับการระบายข้าวนั้น ปรากฏว่ากระทรวงพาณิชย์ต้องยกเลิกการประมูลผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟท) ปริมาณ 2.4 แสนตัน เพราะถูกกลุ่ม กปปส. ที่มาประท้วงตัดไฟ โดยเลื่อนไปเป็นวันที่ 26 มี.ค.นี้
ด้านกระทรวงพาณิชย์ได้เสนอให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ อนุมัติการขายข้าวอีก 7 แสนตัน ให้เอกชน แบ่งเป็นการเปิดประมูลทั่วไป 5.17 แสนตัน ที่เหลือให้เอกชนยื่นซื้อตรง คาดว่าจะเปิดประมูลได้ปลายเดือน มี.ค.นี้ ปริมาณ 35 แสนตัน นอกจากนี้ นายนิวัฒน์ธำรง ได้อนุมัติขายข้าวปริมาณ 7.3 แสนตัน มูลค่า 8,5009,000 ล้านบาท แบ่งเป็นขายผ่านการเปิดประมูลทั่วไป 1.8 แสนตัน และขายให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้ออีก 5.5 แสนตัน







