posttoday
10 ปีทนายสมชายรัฐคลี่คลายคดีเหลว

10 ปีทนายสมชายรัฐคลี่คลายคดีเหลว

12 มีนาคม 2557

ภาครัฐล้มเหลวคลี่คลายปมทนายสมชายโดนอุ้ม ไอซีเจชี้ละเมิดสิทธิมนุษย์ร้ายแรง ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ภาครัฐล้มเหลวคลี่คลายปมทนายสมชายโดนอุ้ม ไอซีเจชี้ละเมิดสิทธิมนุษย์ร้ายแรง ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล หรือไอซีเจ และมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จัดเสวนาสาธารณะเนื่องในโอกาสครบรอบ "10 ปีทนายสมชาย นีละไพจิตร สูญหายโดยถูกบังคับ" ที่ห้องประชุมจุมกฎ-พันธุ์ทิพย์ อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แซม ซาริฟี ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ไอซีเจ กล่าวว่า ไอซีเจได้ติดตามคดีทนายสมชายร่วมกับ อังคณา นีละไพจิตร อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งความล้มเหลวของรัฐบาลไทยในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษหรือแม้แต่การให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับชะตากรรมของทนายสมชาย เป็นความท้าทายกระบวนการยุติธรรมของประเทศเมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งการบังคับบุคคลให้สูญหาย นอกจากเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงแล้ว ยังเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ซาริฟี กล่าวต่อว่า ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลสูญหาย เมื่อ ม.ค. 2555 แต่ยังไม่ให้สัตยาบัน โดยระหว่างที่รอการให้สัตยาบัน รัฐบาลไทยต้องงดเว้นการกระทำใดๆซึ่งเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฯ ที่กำหนดพันธกรณีให้รัฐภาคีต้องกำหนดให้การบังคับให้สูญหายเป็นฐานความผิดอาญา อีกทั้งต้องปฏิบัติอย่างเหมาะสมต่อสมาชิกครอบครัวของบุคคลที่ถูกบังคับสูญหายซึ่งสิทธิในฐานะเหยื่อเช่นกัน

ทั้งนี้ ในรายงาน 10 ปีอันไร้ซึ่งความจริงฯ ของไอซีเจ ระบุว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการจ่ายค่าเสียหายให้กับครอบครัวและยอมรับว่าเป็นบุคคลสาบสูญ แต่การที่รัฐบาลไทยไม่สามารถคลี่คลายคดีได้ เป็นการขัดต่อประกาศเจตจำนงและคำมั่นที่รัฐเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้หลายครั้ง ว่าจะมุ่งแสวงหาความยุติธรรมหรืออย่างน้อยให้ความจริงปรากฎ

"ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปรากฎเหตุผิดปกติที่เหนือความคาดหมายขึ้นหลายประการ รวมทั้งการหายตัวไปของผู้ต้องหาคนสำคัญ แต่รัฐบาลไทยยังไม่ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกช่องทาง อย่างไรก็ตาม ต้องดำเนินการสอบสวนต่อไป เพราะคดีการบังคับบุคคลให้สูญหายไม่มีอายุความ และคดีทนายสมชายเป็นเรื่องที่คนไทยและทั่วโลกไม่เคยลืม" ซาริฟี กล่าว

ด้าน ผศ.ปกป้อง ศรีสนิท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีฐานความผิดเฉพาะในการลงโทษเจ้าพนักงานของรัฐ กรณีบังคับบุคคลให้สูญหาย ดังนั้นกฎหมายที่ใช้ดำเนินการลงโทษคือประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 และมาตรา 310 โดยเป็นความผิดเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพทั่วไป โทษจำคุก 3 ปี ปรับ 6,000 บาท ซึ่งเบามาก ทั้งยังเป็นความผิดที่ยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ และสำหรับกรณีทนายสมชาย คำพิพากษาออกมาว่า สมชาย นีละไพจิตร เป็นผู้เสียหาย แต่ญาติพี่น้องไม่ใช่ผู้เสียหาย ญาติจึงร้องทุกข์เพื่อดำเนินการต่อไปไม่ได้

ผศ.ปกป้อง เสนอว่า ในอนาคตควรมีการออกฐานความผิดพิเศษในเรื่องของการบังคับบุคคลให้สูญหายโดยเฉพาะ ซึ่งมี 2 แนวทาง คือ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาที่มีอยู่แล้ว หรือออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เฉพาะ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการบังคับบุคคลให้สูญหาย ซึ่ง พ.ร.บ.นี้จะมีทั้งฐานความผิด วิธิพิจารณา คณะกรรมการ และเรื่องของการเยียวยาผู้เสียหายด้วย

อังคณา นีละไพจิตร ภรรยาทนายสมชาย และในฐานะประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติ กล่าวว่า 10 ปีที่ผ่าน ใช้ขีวิตลำบากมาก แต่ดีใจที่คดีทนายสมชายได้ขึ้นไปสู่ศาลฎีกา และคำพิพากษาจะเป็นบรรทัดฐานของสังคมไทย เชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง หวังว่าสังคมไทยจะไม่ทอดทิ้งเหยื่อของการบังคับให้สูญหายในประเทศนี้ จะร่วมกันผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีการบังคับให้สูญหาย สังคมไทยจะมองเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์มากขึ้น และไม่เพิกเฉยต่อหลักนิติธรรม

"สิ่งที่ทนายสมชายทำทั้งก่อนและหลังถูกลักพาตัว เป็นคุณูประการอย่างมากต่อสังคมไทย ได้ช่วยเหลือคนมากมายเพื่อให้เข้าถึงความยุติธรรม แม้ว่าสุดท้ายชีวิตทนายสมชายต้องจบลงอย่างทุกข์ทรมาน แต่มั่นใจว่าเขาไม่เสียใจ และภาคภูมิใจที่ได้ทำตามอุดมการณ์อันมุ่งมั่นมาทั้งชีวิตจนวาระสุดท้าย และดีใจที่ได้กลับคืนสู่พระผู้เป็นเจ้าที่รัก ในฐานะบ่าวผู้ภักดี และหวังว่าสุดท้ายความจริงจะปรากฎ" อังคณา กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานเสวนายังมีตัวแทนเหยื่อจากเหตุการณ์ลักพาตัวเข้าร่วมด้วย ได้แก่ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติพฤษภา 2535 อัครวินทร์ เหล่าโสภาพันธ์ บุตรชายโกมล เหล่าโสภาพันธ์ ผู้สูญหาย จ.ขอนแก่น สีละ จะแฮ นายกสมาคมลาหู่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และนูรียะห์ มะแตหะ บุตรสาวผู้สูญหาย อ.บันนังสตา จ.ยะลา ปี 2547

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท