
คุก2ปี6เดือน-ตัดสิทธิ์10ปี"เมียยงยุทธ"นายกอบจ.เชียงราย
ศาลฎีกาฯ สั่งคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท "สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช" นายก อบจ.เชียงราย ตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี กลั่นแกล้งผู้สมัครตรงข้าม แต่โทษจำคุกให้รออาญา
ศาลฎีกาฯ สั่งคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท "สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช" นายก อบจ.เชียงราย ตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี กลั่นแกล้งผู้สมัครตรงข้าม แต่โทษจำคุกให้รออาญา
วันที่ 12 มี.ค. ศาลจังหวัดเชียงราย อ่านคำพิพาษาศาลฎีกา ในคดีเลขดำที่ 2318/2547 และเลขแดงที่ 1131/2549 กรณีนางรัตนา จงสุทธนามณี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เป็นโจทย์ยื่นฟ้องนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช นายก อบจ.เชียงราย คนปัจจุบัน ตามมาตรา 137 ประมวลกฎหมายอาญา และกระทำการอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือบริหารท้องถิ่นปี 2545 มาตรา 114 โดยศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้อ่านคำพิพากษาโดยทันทีหลังก่อนหน้านี้จำเลยเคยยื่นคำร้องขอเลื่อนมาแล้ว 3 ครั้ง จนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาไม่ได้เดินทางไปรับฟัง ทำให้ศาลต้องออกหมายจับให้มาฟังคำพิพากษาในวันนี้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามในครั้งนี้นางสลักจฤฏดิ์ก็ไม่ได้เดินทางไปรับฟังอีกเช่นเคย ขณะที่บรรยากาศก่อนการอ่านคำพิพากษาพบว่าได้มีสมาชิก อบจ.เชียงราย เดินทางไปรับฟังหลายคน
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าเมื่อถึงเวลาอ่านคำพิพากษาศาลได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกาก่อน กรณีนางสลักจฤฏดิ์ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาที่ผ่านมา มีคำร้องเรื่องการให้ตีความอำนาจในการอ่านคำพิพากษา ซึ่งศาลฎีกาแจ้งว่ามีอำนาจในการสั่งให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาดังกล่าว รวมทั้งคำร้องไม่มีผลทำให้มีการเปลี่ยนคำพิพากษาจึงให้ยกคำร้องและไม่มีเหตุให้ต้องเลื่อนอีก จากนั้นศาลได้เปิดซองคำพิพากษาต่อหน้าทนายความทั้ง 2 ฝ่ายและอ่านคำพิพากษามีเนื้อหาว่าในการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2547 โจทย์ได้รับหมายเลข 1 และจำเลยได้หมายเลข 2 ผลการเลือกตั้งพบว่าโจทย์ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 แต่ยังไม่มีการรับรองผลการเลือกตั้ง เพราะจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเมื่อวันที่ 4-6 มี.ค.2547 โจทย์ได้แจกชิงช้าและกระดานเลื่อนให้กับประชาชนที่ชุมชนประตูเชียงใหม่สามัคคี เทศบาลนครเชียงราย ทำให้ กกต.ต้องตรวจสอบและทำให้การประกาศรับรองต้องเลื่อนออกไป
ศาลพิเคราะห์ในช่วงท้ายโดยมีเนื้อหาว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ใส่ใจต่อการแจ้งต่อเจ้าพนักงานและไม่มีการตรวจสอบก่อนทั้งที่สามารถทำได้โดยง่าย ทั้งยังมีการแอบอ้างรายชื่อคนเป็นไปพยาน รวมทั้งยังอ้างว่ามีการมอบสิ่งของเพื่อให้เลือกผู้สมัครหมายเลข 1 การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำอันเป็นเท็จและทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือบริหารท้องถิ่นปี 2545 มาตรา 114 และหลังมีการยื่นบรรเทาโทษว่าเป็นผู้มีการกระทำคุณงามความดีหลายอย่าง ศาลจึงมีคำพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 5 ปีปรับเป็นเงิน 100,000 บาท และให้เพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี แต่ด้วยคุณงามความดีดังกล่าวจึงได้ลดโทษเหลือจำคุกลดลงเหลือ 2 ปี 6 เดือน ปรับเป็นเงิน 50,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปีโดยโทษเพิกถอนสิทธิทางการเมืองยังคงเหมือนเดิม
นอกจากนี้รายงานข่าวอีกว่าภายหลังคำพิพากษาได้มีกลุ่มพัฒนาสตรี จ.เชียงราย ซึ่งสนับสนุนนางสลักจฤฏดิ์ได้นำดอกไม้ไปให้กำลังใจกับสมาชิก อบจ.เชียงราย บริเวณหน้าศาล และยังมอบผ่านสมาชิกบางคนเพื่อขอให้นำไปมอบต่อให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ขณะที่การบริหารงานของ อบจ.เชียงราย ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งโดยตามกฎหมายทาง กกต.จะจัดให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย คนใหม่ภายใน 60 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงต่อปลัดและรองปลัด อบจ.เชียงราย ทำให้ตำแหน่งผู้อำนวยการ กกต.อบจ.เชียงราย ในการเลือกตั้งครั้งใหม่จะต้องเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน







