
ศรส.เร่งจับ3แกนนำบุกยึดกระทรวงพลังงาน
ธาริต เผย ศรส. เร่งจับกุม 3 แกนนำปิดกระทรวงพลังงานมาดำเนินคดี หลังศาลออกหมายจับ พร้อม จัดชุดดูแลเลือกตั้งส.ว.
ธาริต เผย ศรส. เร่งจับกุม 3 แกนนำปิดกระทรวงพลังงานมาดำเนินคดี หลังศาลออกหมายจับ พร้อม จัดชุดดูแลเลือกตั้งส.ว.
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) แถลงผลการประชุม ว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับนายระวี มาศฉมาดล, นายทศพล แก้วทิมา และนายธวัชชัย พรหมจันทร์ รวม 3 คน ในข้อหาความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง จากการนำมวลชนเข้าบุกรุกปิดล้อมกระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับนายระวี กับพวก รวม 3 คนดังกล่าวแล้ว ซึ่ง ศรส.ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มาดำเนินคดีโดยด่วนต่อไป
ทั้งนี้ ศรส.ได้รับแจ้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ว่า ได้กำหนดมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ทั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 23 มีนาคม และวันเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 30 มีนาคม 2557 โดยจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาขึ้นในทุกระดับ โดยจัดชุดรักษาความปลอดภัยสถานที่เลือกตั้ง สถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง และสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง รวมถึงสนับสนุนการเลือกตั้งตามที่ กกต.จะได้ร้องขอ โดยมีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 1 แสนนาย เพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในปลายเดือนนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นอกจากนี้ ศรส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า คดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งอันเกิดจากการกระทำของแกนนำ กปปส.กับพวก เมื่อครั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีดังนี้ คดี กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 149 คดี แยกเป็นคดีเกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 51 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัด จำนวน 143 คดี และ คดีที่เจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 177 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 66 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัดจำนวน 111 คดี รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 371 คดี โดยศาลได้ออกหมายจับให้ รวมทั้งสิ้น 186 คน ได้ตัวมาสอบสวนแล้ว 105 คน
ทั้งนี้ เฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต.จงใจละทิ้ง ไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวนถึง 1,552 คน นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า พนักงานสอบสวนของตำรวจนครบาล พนักงานสอบสวนของจังหวัดสตูลและจังหวัดพัทลุง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีขัดขวางการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ 2 จังหวัด ซึ่งมีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กลาง ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดการขัดขวางการเลือกตั้ง และไม่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายธาริต กล่าวต่อว่า โทษที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่มีทั้งโทษจำคุกและปรับ รวมถึงการตัดสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่ง ศรส.จะติดตามและกำชับการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. ที่ขัดขวางการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ และป้องปรามไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำอีกในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้







