
เอพีผนึกมิตซูบิชิ พลิกโฉมคอนโดเมืองไทย
ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะเป็นผู้หญิงที่สวยเรียบๆ ไม่สวยแบบหวือหวา แต่ถ้าอยู่ด้วยกันนานๆ จะมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนานยิ่งรักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
“ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะเป็นผู้หญิงที่สวยเรียบๆ ไม่สวยแบบหวือหวา แต่ถ้าอยู่ด้วยกันนานๆ จะมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนานยิ่งรักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น” อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) เปรียบเปรยรูปลักษณ์ใหม่ของคอนโดมิเนียมเอพี หลังการร่วมทุนครั้งใหญ่กับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่มีอายุกว่า 100 ปี จากญี่ปุ่น พร้อมกับแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่สายเลือดไทยญี่ปุ่น 3 โครงการรวดในปลายเดือน พ.ค.นี้
เอพี ใช้เวลาเจรจากับมิตซูบิชิ เอสเตท มากว่า 1 ปี เพื่อดึงขาใหญ่จากแดนอาทิตย์อุทัยรายนี้มาสร้างมูลค่าเพิ่มในการพัฒนาโปรดักต์ ด้วยหลักการออกแบบสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการใช้ประโยชน์พื้นที่ทุกตารางนิ้วได้อย่างคุ้มค่า ที่เรียกว่า Space Optimization ในสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาที่ดินและต้นทุนก่อสร้างที่ทำให้คอนโดในเมืองมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ
“เราต้องการองค์ความรู้เรื่อง Space Optimization เพราะคอนโดในเมืองมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จึงบอกถึงความต้องการหาพันธมิตรไปที่ไจกา (องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น) และทางมิตซูบิชิ เอสเตท ก็ติดต่อเข้ามาใช้เวลาปีกว่าจึงบรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรร่วมกันพัฒนาคอนโดมิเนียมในประเทศไทย” วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) ขยายความ
ขณะที่ผู้บริหารของมิตซูบิชิ เอสเตท คาซูฮิโร ฮิราโน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการค้าระหว่างประเทศ บอกว่า 4 ปัจจัยที่ทำให้มิตซูบิชิ เอสเตท เข้าไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทย คือ 1. 1.เศรษฐกิจไทยอยู่ในจุดที่จะพัฒนาต่อไปได้อีก 2.ประชากรในกรุงเทพฯมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3.ระบบครบอครัวของไทยเริ่มเปลี่ยนจากครอบครัวขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และ 4. การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งมีความก้าวหน้าไปมาก และหลังจากร่วมทุนกับเอพี และมิตซูบิชิ เอสเตท ก็คงไม่หยุดอยู่แค่นั้น
“นอกจากการร่วมทุนกับบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมในประเทศไทยแล้ว ทางมิตซูบิชิ เอสเตท ประเทศญี่ปุ่น ยังให้ความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ด้วย เช่น อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม และโลจิสติกส์ เป็นต้น” ทากาชิ อุตากาว่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย กล่าวว่า
เอพี (ไทยแลนด์) จะร่วมกับ มิตซูบิชิ เอสเตท ตั้งบริษัทเป็นรายโครงการ ประเดิมด้วย 3 โครงการแรก รวมมูลค่า 7,100 ล้านบาท 1) RHYTHM สุขุมวิท 36-38 2) RHYTHM อโศก II และ 3) Aspire รัชดาวงศ์สว่าง ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกันในช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ ในครั้งนี้ มิตซูบิชิ เอสเตท จะควักทุนรวม 2,500 ล้านบาท สำหรับการร่วมทุนทั้ง 3 โครงการ ในสัดส่วน 49%
สำหรับฝีไม้ลายมือของมิตซูบิชิ เอสเตท ในญี่ปุ่นถือว่าเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เก่าแก่ที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ผลงานสร้างชื่อคือการพัฒนาย่านมารุโนะอุจิย่านธุรกิจเนื้อที่ 120 เฮกตาร์ หรือเท่ากับ 750 ไร่ (1 เฮกตาร์ เท่ากับ 6 ไร่ 1 งาน) กลางกรุงโตเกียว ซึ่งปัจจุบันราคาที่ดินในย่านดังกล่าวสูงถึง 200 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยเป็นที่ดินที่กลุ่มมิตซูบิชิซื้อจากรัฐบาลเมื่อกว่า 120 ปี มาพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีอาคารสำนักงานกว่า 100 อาคาร จำนวนกว่า 4,000 บริษัท โดยมีอาคารสำนักงานที่อยู่ในความครอบครองกว่า 30 โครงการ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 50 ปี ล่าสุดคือ การเปิดขายโครงการ The Parkhouse Harumi Towers ในราคาขายทั้งแต่ 1530 ล้านบาทไทย จับตลาดคนทำงานชั้นกลางในกรุงโตเกียว รวมไปถึงโครงการ Park Habio Shinjuku Eastside Tower อพาร์ทเม้นท์ระดับหรูในย่านชินจูกุ กรุงโตเกียว นอกจากนี้ยังมีการลงทุนพัฒนาโครงการในหลายๆ ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศในกลุ่มเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ จีน และล่าสุดคือการร่วมทุนกับบริษัท เอพี ในประเทศไทย
หากการร่วมทุนครั้งนี้เป็นไปตามที่ ซีอีโอ เอพี (ไทยแลนด์) บอกไว้ว่า เป็นการทำงานร่วมกันในเชิงลึกตั้งแต่การวางแนวคิด การออกแบบ ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกัน เพื่อนำแนวคิด Space Optimization มาใช้ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าคนไทย และเป็นการทำงานที่ตั้งอยู่บนความให้เกียรติระหว่างกัน เชื่อแน่ว่า การร่วมทุนครั้งนี้จะกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพลิกโฉมหน้าตลาดคอนโดในเมืองของไทยแน่นอน







