
ชอบธรรม
ท่ามกลางความขัดแย้งในยูเครนที่ยกระดับไปถึงการลงประชามติแบ่งแยกดินแดนกันแล้ว ล่าสุด ปีเตอร์ เบเกอร์ ได้ชวนคิดเกี่ยวกับกรณีความชอบธรรมในการลงประชามติให้ไครเมียกลับไปรวมกับรัสเซีย
ท่ามกลางความขัดแย้งในยูเครนที่ยกระดับไปถึงการลงประชามติแบ่งแยกดินแดนกันแล้ว ล่าสุด ปีเตอร์ เบเกอร์ ได้ชวนคิดเกี่ยวกับกรณีความชอบธรรมในการลงประชามติให้ไครเมียกลับไปรวมกับรัสเซีย
การลงประชามติดังกล่าวกำลังเป็นที่ถกเถียงกันของนานาชาติ โดยมีมหาอำนาจโลกซึ่งแบ่งเป็นสองฝ่ายให้การจับตามองเป็นพิเศษ ฝ่ายสหรัฐและสหภาพยุโรประบุว่าการลงประชามติดังกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายรัสเซียระบุว่า การลงประชามตินั้นมีความชอบธรรมแล้ว
เบเกอร์ ได้นำการลงประชามติแบ่งแยกดินแดนไครเมียไปเปรียบเทียบกับกรณีการแยกตัวของโคโซโวออกจากมอนเตเนโกร แล้วตั้งข้อสังเกตว่า กรณีโคโซโวนั้นสหรัฐกลับสนับสนุนให้มีการแยกตัว แต่รัสเซียกลับต่อต้านและไม่ให้การยอมรับประเทศเกิดใหม่แห่งนี้จนถึงปัจจุบัน
เบเกอร์ ได้อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวของสหรัฐรายหนึ่ง ระบุว่า ในกรณีโคโซโวนั้นรัฐบาลมอนเตเนโกรหมดความชอบธรรมตั้งแต่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ขณะที่ในไครเมียยังไม่มีเหตุการณ์ที่รัฐบาลเข้าไปปราบปรามคนในไครเมียอย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลยูเครนยังไม่หมดความชอบธรรมในการปกครองดินแดนดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ด้าน ดิมิทรี ไซเมส ประธานศูนย์ผลประโยชน์แห่งชาติแห่งองค์กรวิจัยวอชิงตันกลับระบุว่า สิ่งที่ไม่ชอบธรรมที่สุดขณะนี้อาจเป็นรัฐบาลยูเครนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็เป็นได้







