
หายตัว
ตอนนี้ใครๆ ก็ถามหาตัวเสี่ยน้อย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านภารกิจรายจ่ายและหนี้สิน เพราะหลังจากที่จรดปลายปากกาเชิญให้สถาบันการเงินทั้งไทยและเทศมาร่วมประมูลเงินกู้จำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท ก้อนแรก 2 หมื่นล้านบาท เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายต้องล้มประมูล เพราะไม่มีใครกล้าลุยไฟมาปล่อยกู้เพราะกลัวผิดกฎหมาย
ตอนนี้ใครๆ ก็ถามหาตัวเสี่ยน้อย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านภารกิจรายจ่ายและหนี้สิน เพราะหลังจากที่จรดปลายปากกาเชิญให้สถาบันการเงินทั้งไทยและเทศมาร่วมประมูลเงินกู้จำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท ก้อนแรก 2 หมื่นล้านบาท เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายต้องล้มประมูล เพราะไม่มีใครกล้าลุยไฟมาปล่อยกู้เพราะกลัวผิดกฎหมาย
หลังจากนั้น เสี่ยน้อยก็หายหน้าหายตาไปเลย หาตัวก็ไม่เจอ เสียงตามสายเสี่ยน้อยก็ไม่ยอมรับ จนมีเสียงแววว่าเสี่ยน้อยขอพักใจ เพราะทำงานไม่สำเร็จ
แม้ว่าการกู้เงินจำนำข้าวจะล้มเหลว แต่เสี่ยน้อยก็ได้รับการกล่าวขวัญถึงเกินกว่าใคร เพราะขนาดมีคนมองว่าการดำเนินการกู้จำนำข้าวผิดกฎหมาย เสี่ยน้อยยังใจเกินร้อย เซ็นแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว
หากไปไล่ดูวีรกรรมเสี่ยน้อยตั้งแต่เป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง ก็เป็นคนยึดเงินอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกศาลยึดเพราะร่ำรวยผิดปกติ เป็นเงินถึง 4.6 หมื่นล้านบาทมาแล้ว
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในฐานะรองปลัดก็เซ็นกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทในวันเดียวกับที่ศาลปกครองมีคำวินิจฉัยว่า การดำเนินโครงการตาม พ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาท ดำเนินไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เสี่ยน้อยก็ทำมาแล้ว
มาถึงวันนี้มีเรื่องร้อน เซ็นยืมเงินงบกลาง 2 หมื่นล้านบาท เพื่อไปจ่ายหนี้จำนำข้าวให้กับชาวนา ระหว่างกรมการค้าต่างประเทศกับกระทรวงการคลังในอีกไม่กี่วันนี้ ทำให้คนเรียกหาเสี่ยน้อยกันยกใหญ่ เพราะงานใหญ่งานเสี่ยงอย่างนี้ไม่มีใครหาญกล้าเท่าเสี่ยน้อยอีกแล้ว
เพราะเงื่อนไขของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บอกว่าเงินที่ยืมไปต้องนำเงินระบายข้าวมาคืนให้ได้ทั้งหมดก่อน 31 พ.ค. 2557 ก็มีคำถามเกิดขึ้นทันทีว่า หากใช้ไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งทาง กกต.ก็มีคำตอบเสียงดังฟังชัดแล้วว่า คนที่เซ็นทั้งสองหน่วยงานต้องรับผิดชอบ
กกต.ยังเตือนไปถึงข้าราชการที่จะเป็นหน่วยกล้าตายเซ็นยืมเงินดังกล่าวให้คิดให้หนัก ดูให้รอบคอบว่าการดำเนินการยืมเงินถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ที่สำคัญ ต้องดูให้มั่นใจว่าจะใช้เงินคืนให้ได้ตามกำหนด ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องเดือดร้อนรับผิดหาเงินมาคืนให้ประเทศในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม คาดว่าไม่เกินกำลังเสี่ยน้อย ที่ผ่านสมรภูมิอย่างนี้มาเยอะ เพียงแต่ตอนนี้ยังหาตัวไม่เจอ จนหลายคนสงสัยว่าแอบซุ่มเงียบหรือถอดใจไปแล้ว







