
การเมืองไทยเรื้อรังยิ่งผลักญี่ปุ่นไหลเข้าเวียดนาม
การเมืองไทยป่วนจีนหมดเสน่ห์ ดันญี่ปุ่นแห่ลงทุนเวียดนาม
การเมืองไทยป่วนจีนหมดเสน่ห์ ดันญี่ปุ่นแห่ลงทุนเวียดนาม
เว็บไซต์ข่าวเวียดนามเน็ต บริดจ์ ในเวียดนาม รายงานเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่า จากความวิตกกังวลต่อปัญหาการเมืองในประเทศไทย ประกอบกับการที่จีนเริ่มหมดเสน่ห์สำหรับการเป็นแหล่งลงทุนนั้น ได้ส่งผลให้การลงทุนจากญี่ปุ่นมีแนวโน้มหลั่งไหลไปเวียดนามมากขึ้น ซึ่งเวียดนามนั้นไม่มีปัญหาด้านการเมือง และยังมีแผนส่งเสริมการลงทุนที่น่าดึงดูดอย่างยิ่ง
รายงานระบุว่า ปริมาณเงินลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นที่ไหลไปจีนและประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมานั้นมีปริมาณลดลง โดยเงินทุนญี่ปุ่นที่ไหลไปจีนในปี 2555 นั้นอยู่ที่ 1.3479 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อปีที่แล้วลดลงมาอยู่ที่ 6,497 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับกรณีของประเทศไทยนั้น ในปี 2554 ปริมาณเงินลงทุนจากญี่ปุ่นอยู่ที่ 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อปีที่แล้วนั้นอยู่ที่ 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
ขณะที่โครงการการลงทุนจากญี่ปุ่นในเวียดนามนั้นกลับขยายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเพียง 35 โครงการ ในปี 2010 ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 125 โครงการ ในปี 2013 โดยปริมาณการลงทุนเพิ่มขึ้นจากที่ 169 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2553 มาอยู่ที่ 4,453 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้วทีเดียว
ฟูจิ ซีร็อกซ์ เป็นหนึ่งในหลายๆ บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้ย้ายมาลงทุนในเวียดนาม โดยเมื่อปีที่แล้ว ฟูจิ ซีร็อกซ์ เพิ่งจะลงทุนก่อสร้างโรงงานเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์เอกสาร มูลค่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ ในนิคมอุตสาหกรรมในเมืองท่าไฮฟงไป
สื่อเวียดนามยังอ้างความเห็น อัตสุสุเกะ คาวาดะ หัวหน้าคณะผู้แทนองค์การส่งเสริมการค้านอกประเทศญี่ปุ่น (เจโทร) ในเวียดนาม ที่ระบุว่า ในเวียดนามนั้น ญี่ปุ่นสามารถพบกับสิ่งที่ไม่สามารถพบในประเทศอื่น โดยเฉพาะแรงงานเวียดนามที่มีความขยันขันแข็งและทำงานหนัก ซึ่งเห็นได้จากวันหยุดงานของชาวเวียดนามที่น้อยกว่าแรงงานของประเทศอื่น อีกทั้งค่าจ้างก็ไม่สูงจนเกินไป
เจโทร ยังพบว่า แรงงานเวียดนามที่ทำงานให้กับบริษัทญี่ปุ่นนั้นได้รับค่าตอบแทนที่ประมาณ 3,000 เหรียญสหรัฐต่อปีโดยเฉลี่ย ซึ่งคิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของค่าแรงของแรงงานไทยเท่านั้น
“ประเทศไทยมีโครงสร้างสาธารณูปโภคที่ดีกว่าเวียดนาม แต่ประเทศไทยขาดสภาพแวดล้อมที่สงบและขาดแรงงานราคาถูก” สื่อเวียดนาม ระบุ







