
ค่าเงิน-หุ้นเอเชียดิ่ง รับศก.จีน-ญี่ปุ่นทรุด
ค่าเงินเอเชียปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อวันที่ 10 มี.ค. เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค ปิดตลาดดิ่งลงถ้วนหน้า จากปัจจัยข้อมูลทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีนและญี่ปุ่น
ค่าเงินเอเชียปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อวันที่ 10 มี.ค. เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค ปิดตลาดดิ่งลงถ้วนหน้า จากปัจจัยข้อมูลทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีนและญี่ปุ่น
ค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงทันที 0.27% มาอยู่ที่ 6.1445 หยวนต่อเหรียญสหรัฐทันทีในการซื้อขายที่ตลาดเซี่ยงไฮ้ เช่นเดียวกับค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ที่อ่อนค่าลงครั้งแรกในรอบ 4 วันมาอยู่ที่ 1,064.60 วอนต่อเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ค่าเงินริงกิตของมาเลเซีย อ่อนค่า 0.5% มาอยู่ที่ 3.2726 ริงกิตต่อเหรียญสหรัฐ ใกล้แตะระดับการอ่อนค่าลงแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียปิดตลาดดิ่งลงเช่นกัน โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีน ปิดตลาดดิ่งลงแรง 58.84 จุด หรือ 2.86% อยู่ที่ 1,999.07 จุด เช่นเดียวกับดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง ปรับตัวลดลง 395.56 จุด หรือ 1.75% ปิดที่ 22,264.93 จุด
ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่น ลดลง 153.93 จุด หรือ 1.01% ปิดที่ 15,120.14 และดัชนีคอสปิของเกาหลีใต้ ร่วงลง 20.26 จุด หรือ 1.03% อยู่ที่ 8,665.24
บีบีซี รายงานว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินและตลาดหุ้นในเอเชีย เป็นผลมาจากการเปิดเผยข้อมูลการค้าของจีน พบว่า จีนขาดดุลการค้าเดือน ก.พ. ครั้งแรกในรอบ 11 เดือน คิดเป็นมูลค่าถึง 2.298 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.149 แสนล้านบาท) หลังจากเมื่อเดือน ม.ค. มียอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 1.48 หมื่นล้านหยวน (ราว 7.4 หมื่นล้านบาท)
ยอดส่งออกแดนมังกรเดือน ก.พ. ปรับตัวลดลงถึง 18.1% เทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้วอยู่ที่ 1.141 แสนล้านหยวน (ราว 5.705 แสนล้านบาท) ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งถึง 10.1% อยู่ที่ 1.3708 แสนล้านหยวน (ราว 6.854 แสนล้านบาท) โดยอ้างเป็นผลจากเทศกาลตรุษจีนทำให้ตัวเลขการค้าอ่อนแอ
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเอเชียยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ส่งสัญญาณชะลอตัวลง หลังมีการประกาศปรับลดตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2556 ลงจากระดับ 1% เหลือเพียง 0.7% พร้อมระบุว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลทุบสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2528 อยู่ที่ 1.59 ล้านล้านเยน (ราว 4.9 แสนล้านบาท) จากปัจจัยค่าเงินเยนที่อ่อนค่ากดดันให้ราคาเชื้อเพลิงแพงขึ้น







