posttoday
นักวิชาการสับโครงการน้ำ3.5แสนล้านไร้แผนชัด

นักวิชาการสับโครงการน้ำ3.5แสนล้านไร้แผนชัด

10 มีนาคม 2557

นักวิชาการชี้โครงการบริหารจัดการน้ำตามพ.ร.ก. เงินกู้ 3.5 แสนล้าน ยังไร้แผนที่ชัดเจน ชี้ไทยยังเสี่ยงเจอภัยพิบัติขนาดใหญ่

นักวิชาการชี้โครงการบริหารจัดการน้ำตามพ.ร.ก. เงินกู้ 3.5 แสนล้าน ยังไร้แผนที่ชัดเจน ชี้ไทยยังเสี่ยงเจอภัยพิบัติขนาดใหญ่

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายธนวัฒน์  จารุพงษ์สกุล ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะโฆษก คณะอนุกรรมาธิการ ศึกษางบประมาณที่เหมาะสมกับการบริการจัดการทรัพยากรน้ำ วุฒิสภาหลังจากเกิดมหาอุทกภัย ปี 2554 ผ่านมาแล้วเป็นเวลากว่า 3 ปี ยังไม่มีระบบการบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้งที่เป็นแผนหลักในระดับชาติที่สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าแก้ไขปัญหาน้ำของประเทศไทยในระยะยาวได้

แม้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นหลายชุด อีกทั้งมีการจัดการแผนแม่บทการบริการจัดการน้ำขึ้นโดย กยน. จนกระทั่งมีการเลือกบริษัทผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างจำนวนทั้งหมด 10 โมดูล ตามข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายน้พและอุทกภัยแห่งชาติ(สบอช.)ภายใต้ “โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย” ตาม พ.ร.บ. เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทโดยให้เหตุผลความเร่งด่วนและเป็นการวางระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศในระยะยาว

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ประชาชน และนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบันได้ทำการทักท้วงว่า แผนที่ได้มา ยังไม่ใช่การบริหารจัดการน้ำหรือการป้องกันภัยพิบัติที่เป็นไปตามหลักวิชาการอย่างแท้จริง และยังขัดกับหลักนิติรัฐเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนอีกด้วย

อย่างไรก็ดี การดำเนินงานของโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ตาม พ.ร.ก. กู้เงิน  3.5 แสนล้านบาทต้องหยุดลงหลังรัฐบาลประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร และกำลังอยู่ระหว่างการเลือกตั้งใหม่

ทั้งนี้คณะอนุกรรมาธิการศึกษางบประมาณที่เหมาะสมกับการบริการจัดการทรัพยากรน้ำ วุฒิสภาร่วมกับสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถานและสมาคมทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทย จึงจัดให้มีการประชุมวิชาการ เพื่อสร้างความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการต่อโครงการบริหารจัดการน้ำแห่งประเทศไทย สามารถสรุปสาระสำคัญว่า ระบบโครงการสร้างพื้นฐานด้านบริหารน้ำของประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นระบบที่ได้ออกแบบไว้ในอดีตตั้งแต่ต้น สำหรับเพื่อการใช้น้ำชลประทานเป็นหลัก ไม่ได้เน้นและไม่ได้มีการออกแบบระบบสำรองไว้รองรับการระบายน้ำจำนวนมากขณะเกิดพิบัติภัยขนาดใหญ่ ยังไม่มีความชัดเจนของระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อต่อสู้กับพิบัติภัยขนาดใหญ่ของประเทศในอนาคต จึงยังมีความเสี่ยงสูงในอนาคต

นอกจากนี้ สภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกทำให้มีแนวโน้มก่อให้เกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ของประเทศมากขึ้น หากมีการออกแบบระบบและบริหารจัดการเพื่อการลดความเสี่ยงภัยของน้ำท่วมไม่เหมาะสมแล้ว จะส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมากกว่าน้ำท่วมในปี 2554 ถึง 30 เท่าตัวภายในปี 2613

"มาตรการป้องกันน้ำท่วมของประเทศไทยที่มีอยู่ ยังไม่เพียงพอ หากเปรียบเทียบกับความแปรปรวนของลักษณะภูมิอากาศในปัจจุบัน ซึ่งหากการดำเนินการโครงการบริหารจัดการน้ำตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ไม่มีความรอบคอบดีพอ อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้น้อยมาก ทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงภัยสูงขึ้น ที่จะประสบภัยน้ำท่วมขนาดใหญ่อีกในอนาคต และเป็นภาระของสังคมต้องใช้หนี้เงินกู้จำนวนมหาศาล อย่างน้อยอีก 20 ปีในอนาคต" นายธนวัฒน์กล่าว

ด้านคณะอนุกรรมการฯ ได้เสนอข้อแนะนำให้มีแผนแม่บทแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม เพิ่มระดับมาตรฐานการลดความเสี่ยงภัยน้ำท่วมของประเทศให้มีขนาดที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับโอกาสความเสี่ยงการเกิดพิบัติภัยซึ่งมีแนวโน้มจะมีขนาดใหญ่ขึ้น วางแผนแม่บทควบคุมการป้องกันน้ำท่วมที่ใช้สิ่งก่อสร้างในลุ่มน้ำต่างๆ โดยมององค์รวม ปรับปรุงระบบคลองส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพทั้งระบบ และควรจะมีการสร้างทางระบายน้ำท่วมสำรองขนาดใหญ่หรือฟลัดเวย์ เพื่อตัดยอดน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา หรือเขื่อนอื่นๆ ขณะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ไม่ให้มวลน้ำขนาดใหญ่ในอนาคต ท่วมใกล้ๆ พื้นที่เมืองและพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท