
ภัยร้ายรถตู้หื่นระวัง!!!โชเฟอร์ข่มขืน
หลายครั้งเราจะพบว่า พวกมิจฉาชีพที่ใช้รถตู้เป็นเครื่องมือปล้นข่มขืนบังหน้านี้ มักจะรอให้เหยื่อเหลืออยู่บนรถเพียงคนเดียวแล้วจึงลงมือ
หลายครั้งเราจะพบว่า พวกมิจฉาชีพที่ใช้รถตู้เป็นเครื่องมือปล้นข่มขืนบังหน้านี้ มักจะรอให้เหยื่อเหลืออยู่บนรถเพียงคนเดียวแล้วจึงลงมือ
โดย...ธนกบังผล
บอกเล่าถึงภัยแท็กซี่หื่นได้ไม่นานเท่าไร ก็ปรากฏข่าวรถตู้หื่นขึ้นมาอีกแล้ว อะไรมันจะรายล้อมด้วยภัยร้ายรอบตัวคนกรุงได้มากมายขนาดนี้
ขึ้นแท็กซี่เพียงลำพังอะไรก็เกิดขึ้นได้ ข้อนี้สาวๆ รู้ดีเป็นอย่างยิ่ง แต่เหตุที่เกิดขณะขึ้นรถตู้นี้มีคนอยู่ร่วมไม่ใช่น้อย บางคนอาจนึกภาพไม่ออกว่าเกิดคดีสะเทือนขวัญได้อย่างไร
น.ส.ทราย (นามสมมติ)เหยื่อทรชนรายล่าสุดน่าสงสารมาก เธอเป็นเพียงพนักงานขายของบริษัทแห่งหนึ่ง คืนวันที่ 9 พ.ค. 2553 สดๆ ร้อนๆ เวลาประมาณ 4 ทุ่ม เธอได้ขึ้นรถตู้สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นใหม่ ไม่ทราบทะเบียน จากคิวรถหน้าห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต เพื่อไปหาเพื่อนที่ห้างย่านลาดพร้าว
ซึ่งพอรถวิ่งมาถึงบริเวณหน้า สน.พหลโยธิน เหลือเธอเป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียว ด้วยความระแวง เธอพบอีกว่าระหว่างนั้นสังเกตเห็นคนขับ ซึ่งอายุประมาณ 35-40 ปี มองกระจกหลังมาที่เธอตลอดเวลา
เพราะเหลืออยู่เพียงคนเดียวบนรถตู้ โชเฟอร์ถือโอกาสขับขึ้นทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ทันที เธอจึงรีบโทรศัพท์แจ้งแฟนหนุ่มให้ทราบ จากนั้นคนขับกลับชะลอรถแล้วหันมากระชากตนให้มานั่งด้านหน้า พยายามลวนลาม ด้วยความตกใจจึงขัดขืนอย่างสุดฤทธิ์ และพยายามแย่งพวงมาลัยตลอดทาง
กระทั่งขับมาลงที่ถนนแจ้งวัฒนะ แล้วขับขึ้นสะพานพระราม 4 มายังถนน 345 ก่อนที่โชเฟอร์หื่นจะจอดรถแล้วใช้เหล็กแป๊บตีเข้าที่ศีรษะเธออย่างแรง จนต้องแกล้งทำเป็นเสียชีวิต
จากนั้นคนร้ายจึงลากตนไปทิ้งที่ร่องน้ำภายในซอยโรงปูน ซ้ำยังคว้ากระเป๋าเงินไปด้วย ก่อนขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยแรงจากของแข็งฟาดลงไม่ยั้งที่ศีรษะ ทำให้เธอสลบไประยะหนึ่ง ก่อนฟื้นขึ้นมาแล้วตั้งสติได้ จึงเดินไปขอความช่วยเหลือดังกล่าว เช่นเดียวกันกว่าตำรวจจะได้รับแจ้งความก็ปาเข้าไปตีหนึ่งครึ่งแล้ว หลังถูกทำร้ายสภาพใบหน้าของเธอบวมปูด แขนถลอกปอกเปิก ถูกตีที่ศีรษะ นั่งอยู่ในอาการหวาดกลัว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลกรุงไทย ซึ่งแพทย์พบว่าศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนจนมีเลือดคั่งในสมอง
คดีนี้เรียกได้ว่าง่ายมากถ้าจะจับผู้ต้องหามาลงโทษ แค่ดูบันทึกเวลาว่าคนขับรถตู้คนไหนลงเวลาว่าออกจากคิวรถในช่วงที่เกิดเหตุ ซึ่งแน่นอนว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
อีกคดีที่เป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดีสำหรับคนใช้บริการรถตู้เป็นประจำ โดยเฉพาะเส้นทางระยะไกลต่างจังหวัด
เพราะเคยมีคดีที่โชเฟอร์หื่นใช้มีดจี้บังคับลวนลามนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ กทม.
ผู้ต้องหาคือ นายสุขุม อิบรอฮิม คนขับรถตู้วิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-พระนครศรีอยุธยา ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์-เขียว ทะเบียน อร 1151 กทม.ใช้มีดจี้และลวนลามนักศึกษาสาวขณะนั่งรถตู้ไปคู่กับนายสุขุมเพียงลำพังบนถนนโทลล์เวย์ขาออก
โชคยังดีที่นักศึกษาสาวคนดังกล่าวไหวตัวทัน และตัดสินใจเปิดประตูทิ้งตัวลงจากรถ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะแตก แขนมีแผลถลอกทั้งสองข้าง และนิ้วนางด้านขวาหัก
เธอให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาจากบ้านเพื่อมายังมหาวิทยาลัย แต่ได้นัดกับเพื่อนไว้ที่รังสิตไปทำรายงานด้วยกัน จึงเดินข้ามสะพานลอยมายังฝั่งตรงข้ามของมหาวิทยาลัยเพื่อจะไปรังสิต
ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ได้มีรถตู้หมายเลขทะเบียน อร-1151 กทม. วิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขับเข้ามาจอดรับ จึงขึ้นไปนั่งด้านหน้าคู่คนขับ ซึ่งในรถไม่มีผู้โดยสารเลย
เธอบอกอีกว่า เมื่อรถวิ่งมาถึงด่านเก็บค่าผ่านทาง แทนที่คนขับจะวิ่งด้านล่างเพื่อรับผู้โดยสารคนอื่นๆ แต่กลับวิ่งขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์ หลังจากนั้นคนขับจึงชักมีดปลายแหลมออกมาขู่ บอกให้ขยับมานั่งใกล้ๆ จากนั้นจึงพยายามใช้มือลวนลามตลอดทาง “ตอนแรกหนูไม่กล้าเปิดประตูรถกระโดดหนี เพราะรถวิ่งเร็ว แต่พอรถวิ่งมาถึงด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณอนุสรณ์สถานฯ ใกล้ศูนย์การค้าเซียร์รังสิตรถได้ชะลอความเร็ว เพราะเป็นด่านเก่าที่ยกเลิกการเก็บเงิน จึงตัดสินใจเปิดประตูกระโดดหนีออกมาตกลงบนพื้นได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นคนร้ายก็ขับรถหนีไป”
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถตู้คันดังกล่าวถูกนำไปจอดทิ้งไว้ที่สวนสาธารณะสันติภาพ เขตพญาไท แต่ไม่พบตัวคนขับจึงยึดรถไว้ตรวจสอบ ทราบชื่อเจ้าของรถ คือนายอุดร ศรีเพชรรัตน์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 920/119 ถนนนรสิงห์ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงตามตัวมาสอบปากคำ
ซึ่งนายอุดรให้การว่า ไม่ได้ขับรถคันนี้มานานแล้ว แต่ให้นายสุขุม อิบรอฮีม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 305 ซอยอ่อนนุช 54 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. เช่าขับได้ค่าเช่าเป็นรายวัน ตกวันละ 400 บาท วิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ตลาดเจ้าพรหม จ.พระนครศรีอยุธยา|ไม่ได้วิ่งสายอนุสาวรีย์ฯ-ธรรมศาสตร์ รังสิต
พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์นำภาพถ่ายนายสุขุมมาให้เหยื่อสาวดู ซึ่ง น.ส.อนุสราก็ยืนยันว่าใช่คนร้ายแน่ๆ เจ้าหน้าที่จึง|รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดธัญบุรี|ขออนุมัติออกหมายจับนายสุขุม ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เสียสิทธิเสรีภาพ พยายามกระทำอนาจาร ขู่เข็ญ ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวและลักทรัพย์
เมื่อนำเรื่องเข้าแจ้งความ ก็ได้รับการยืนยันจากนายวิโรจน์ นีละโยธิน หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นรถตู้โดยสารเถื่อน ผิดกฎหมาย ไม่ได้เป็นรถตู้ที่อยู่ในการควบคุมดูแลของ ขสมก.ในลักษณะรถร่วมบริการ
อ้าว...แม่เจ้า ถ้าอย่างนั้นใครเป็นคนอนุญาตปล่อยให้รถตู้เถื่อนวิ่งกันเกลื่อนเมืองอย่างนี้ละขอรับ
ย้อนคดีความเรื่องภัยรถตู้แล้วจะตกใจ เพราะเกิดเหตุทำนองนี้บ่อยถึงบ่อยมาก มีผู้ตกเป็นเหยื่อหื่นมาแล้วมากมาย ถ้ายังจำได้ น.ส.เอ (นามสมมติ) นักศึกษาสาวชั้นปี 2 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เมื่อ 3 ปีก่อน
ครั้งนั้น น.ส.เอ ถูกโชเฟอร์รถตู้พยายามข่มขืน ขณะกลับจากทำรายงานบ้านเพื่อนตอนหัวค่ำ โดยคนร้ายพยายามฉวยโอกาสตอนผู้โดยสารลงรถหมด แล้วพาเหยื่อวนหาจุดเปลี่ยวหลังสวนจตุจักรเพื่อปฏิบัติกาม
มันต่อยท้องเหยื่อจนจุก แล้วเตรียมลงมือข่มขืน เคราะห์ยังดีที่ถูกรถคันหลังกะพริบไฟไล่เสียก่อน เลยตกใจขับรถหนี เหยื่อสาวจึงตัดสินใจกระโดดรถออกมา รอดมาได้อย่างหวุดหวิด หรือแม้แต่โชเฟอร์ใช้มีดปล้น น.ส.กนิษฐา กาปัญญา ผู้โดยสารได้ทรัพย์สินไปมากมาย คดีโชเฟอร์รถตู้ชั่วข่มขืน น.ส.หน่อย (นามสมมติ) สาวโรงงานในรถ แล้วพาไปข่มขืนต่อในโรงแรมม่านรูด กลางเมืองอุดรธานี แถมยังแอบฉกมือถือกับกระเป๋าเงินเหยื่อติดตัวไปด้วย
หลายครั้งเราจะพบว่า พวกมิจฉาชีพที่ใช้รถตู้เป็นเครื่องมือปล้นข่มขืนบังหน้านี้ มักจะรอให้เหยื่อเหลืออยู่บนรถเพียงคนเดียวแล้วจึงลงมือ เพราะฉะนั้น ภัยใกล้ตัวอันมากมายเหล่านี้ ความไม่ประมาทจะทำให้เราหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของเหล่าโจรได้ดีที่สุด







