posttoday
2 ล้านล้าน ชี้ชะตารัฐบาล

2 ล้านล้าน ชี้ชะตารัฐบาล

10 มีนาคม 2557

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ดีเดย์ 12 มี.ค. นัดชี้ชะตา พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ว่าจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 และ 170 หรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมาครั้งนี้ จะมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลรักษาการ ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่ตึงเครียดในเวลานี้

พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ที่รัฐบาลเข็นออกมาเรียกความหวือหวาด้วยอภิมหาโปรเจกต์อย่าง “รถไฟความเร็วสูง” ถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่องถึงความคุ้มค่ากับที่ต้องแลกมาด้วยหนี้ก้อนใหญ่รวมดอกเบี้ย 5 ล้านล้านบาท และต้องแลกรับภาระชำระหนี้ไปอีก 50 ปี กับสิ่งที่จะได้รับตามมา โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายรัฐบาลยอมรับว่ามีเพียงแค่เส้นทาง กทม.เชียงใหม่ เท่านั้นที่จะเดินหน้าก่อสร้างจริง ส่วนเส้นทาง กทม.หนองคาย นั้นถูกหั่นกุดอยู่แค่นครราชสีมา และเส้นทาง กทม.ปาดังเบซาร์ ก็ถูกหั่นอยู่แค่หัวหิน

นอกจากนี้ “เงินกู้” ก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ถูกดึงออกไปจากระบบงบประมาณปกติจนยากต่อการตรวจสอบ แถมรายละเอียดแต่ละโครงการยังไม่มีความชัดเจน รายละเอียดเปลี่ยนแปลงไปมา ยิ่งทำให้หนี้ก้อนนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง แต่ทางรัฐบาลก็ยังยืนยันและเดินหน้าใช้เสียงข้างมากดันไปจนผ่านความเห็นชอบ 3 วาระ ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก่อนจะมาถูก สส. และ สว.ยื่นตีความ

เวลานี้ประเมินทิศทางลมแล้ว เป็นไปได้สูงว่าร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน อาจต้องสะดุดด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะทั้งแง่ “เนื้อหา” ที่สุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ประเด็นเงินแผ่นดิน และ “กระบวนการ” ที่มีการยื่นหลักฐานอ้างการลงคะแนนแทนกัน คล้ายกับกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาแล้วก่อนหน้านี้

ส่องดูรายละเอียดในประเด็นเนื้อหารัฐธรรมนูญมาตรา 169 ระบุว่า การจ่ายเงินแผ่นดินจะต้องกระทำผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่าย กฎหมายด้วยวิธีงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ดังนั้นการใช้วิธีพิเศษตาม พ.ร.บ.นี้จึงขัดรัฐธรรมนูญ และทำให้กฎหมายมีปัญหา

โดยที่ผ่านมาจึงเป็นการถกเถียงกันด้วยประเด็นว่าเงินกู้นี้เข้าข่าย “เงินแผ่นดิน” หรือไม่ เมื่อรัฐบาลพยายามอธิบายว่าเงินกู้ไม่ใช่เงินแผ่นดิน เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าเงื่อนไขมาตรา 169 แต่หลายฝ่ายยังเห็นว่าหากต้องใช้เงินแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนมาชำระหนี้ อย่างไรก็ต้องหนีไม่พ้นต้องเป็นเงินแผ่นดิน

แต่หากดูเนื้อหาจากการไต่สวน “พิสิฐลี้อาธรรม” อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ขึ้นเบิกความว่า “เงินกู้ก็คือเงินภาษีอากรที่เป็นรายรับของรัฐบาล ทันทีที่เงินอยู่ในมือรัฐบาลก็ต้องถือเป็นเงินของแผ่นดิน เพราะมีภาระต่อการชดใช้ในอนาคต ถึงจะกู้มาก็ต้องเป็นภาระภาษี ถ้ารัฐบาลเป็นเจ้าของก็ต้องมีสิทธิเข้าไปตรวจสอบทั้งสิ้น”

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ขึ้นเบิกความว่า “การกู้เงินของร่าง พ.ร.บ. ใช้มาตรา 142153 จึงไม่ใช่การกู้เงินเร่งด่วนพิเศษ ดังนั้นจึงต้องนำเงินส่งคลังก่อน จึงน่าจะขัดรัฐธรรมนูญ ต่อไปกระทรวงใดอยากได้อะไรก็ใช้วิธีออกกฎหมาย ซึ่งจะควบคุมอะไรไม่ได้ มุมมองของเศรษฐศาสตร์มองว่าน่าจะเป็นเงินของแผ่นดิน” ธีระชัย กล่าว

ประเด็นอยู่ตรงที่ในกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านนี้ต้องหยุดชะงัก ย่อมต้องส่งผลสะเทือนย้อนกลับมาถึงรัฐบาลเพื่อไทยที่กำลังดิ้นรนรักษาสถานะอยู่ในตำแหน่งต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ท่ามกลางกระแสรุมเร้า

เริ่มจากความน่าเชื่อถือของรัฐบาลต้องสั่นคลอนหนักขึ้น หลังจาก พ.ร.บ.ล้างผิดสุดซอย ที่เป็นชนวนให้มวลมหาประชาชนออกมาต่อต้านและบานปลายจนถึงขั้นรัฐบาลต้องยุบสภาหนีแรงเสียดทาน ตามมาด้วยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เรื่องหนังสือสัญญาที่ต้องนำเข้ารัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบที่ถูกแก้ไขจนบั่นทอนอำนาจตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา สว. ซึ่งสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ

ในภาวะที่กำลังสะบักสะบอมจากมรสุมรอบด้านเช่นนี้ หากได้รับแรงบวกจากคดีนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล ที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องสำคัญ และกลายเป็นประเด็นให้ กปปส.หยิบยกไปขย่มในการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลต่อไป

รวมไปถึงความตั้งใจเดิมที่วาดหวังจะให้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นตัวกระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาจากเม็ดเงินก้อนใหญ่ก้อนนี้ หรือผลงานที่เคยหวังว่าจะนำไปเรียกคะแนนจากประชาชนอย่างที่เคยเปิดนิทรรศการโหมโรงมาแล้วรอบหนึ่ง ย่อมต้องพังพาบลงไปเช่นกัน

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมาชี้ชะตา พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทรอบนี้จึงถือเป็นปัจจัยที่จะสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท