posttoday
รำลึกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้กำเนิดบัณฑิตอาสาสมัคร

รำลึกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้กำเนิดบัณฑิตอาสาสมัคร

10 มีนาคม 2557

ดิฉันมีโอกาสดีในชีวิตที่ได้เป็นศิษย์ของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นเวลาเกือบ 3 ปี ในฐานะบัณฑิตอาสาสมัคร (บอ.) สำนักงานบัณฑิตอาสาสมัคร (สบอ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2517 ถึง 6 ต.ค. 2519

ดิฉันมีโอกาสดีในชีวิตที่ได้เป็นศิษย์ของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นเวลาเกือบ 3 ปี ในฐานะบัณฑิตอาสาสมัคร (บอ.) สำนักงานบัณฑิตอาสาสมัคร (สบอ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2517 ถึง 6 ต.ค. 2519

อ.ป๋วย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบทอย่างยิ่ง จึงได้ตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทขึ้นร่วมกับ ศ.ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ฯลฯ เป็นที่ฝึกฝนสร้างนักพัฒนาชนบทรุ่นบุกเบิก เช่น พี่พิสิษฐ์ ชาญเสนาะ พี่เปี๊ยกบำรุง บุญปัญญา พี่เรือง สุขสวัสดิ์ พี่เดช พุ่มคชา เป็นต้น

บัณฑิตอาสาสมัครรุ่น 10 ปีแรก ส่วนใหญ่จึงไปฝึกงานภาคสนาม ฝึกใช้ชีวิตทำงานในชนบทมูลนิธิบูรณะชนบท จ.ชัยนาท ครั้งละเกือบสิบวัน

อ.ป๋วย ให้ความเมตตาแก่ บอ.ทุกคน ท่านจดจำชื่อนามสกุลของทุกคนได้แม่นยำ หากบอ.แต่งงานกัน ท่านจะให้เงินขวัญถุงเป็นของขวัญแต่งงาน เราทุกคนเคารพรักและศรัทธาเหมือนพ่อคนที่สอง

สำหรับดิฉัน (บอ.รุ่น 6, 7, 8) เคารพและศรัทธา อ.ป๋วย เป็นพิเศษ เพราะท่านเป็นเสรีไทยเหมือน พล.ท.ม.ล.ขาบ กุญชร ณ อยุธยา ผู้เป็นพ่อ แต่ อ.ป๋วย เป็นเสรีไทยสายอังกฤษ ขณะที่คุณพ่อเป็นเสรีไทยสายอเมริกา อ.ป๋วย กับคุณพ่อเป็นเพื่อนรักกัน ดิฉันจึงเคารพท่านเหมือนคุณพ่ออีกคน ด้วยความภาคภูมิใจในความกล้าหาญ เสียสละชีวิต เลือดเนื้อเพื่อรักษาเอกราชอธิปไตยของไทยให้พ้นจากการเป็นประเทศผู้พ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่คนไทยยุคนี้แทบไม่มีใครได้เรียนรู้และจดจำวีรกรรมของเหล่าเสรีไทยว่า ได้สร้างคุณูปการของไทยในสายตาของโลกอย่างไร

บัณฑิตอาสายุค อ.ป๋วย ได้ดูแล สบอ.อย่างใกล้ชิด ได้รับการปลูกฝังให้มีอุดมการณ์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ท่านสอนให้เข้าใจทฤษฎีการพัฒนาชนบทโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน สอนให้ “กัดไม่ปล่อย” ไม่ให้ยอมแพ้ ไม่กลัว ไม่จำนนต่อปัญหา ท่านบอกว่าถ้าที่นั่นไม่มีปัญหา บอ.ก็ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ที่นั่น

ช่วงสัมมนากลางปีในยุคนั้น ราวเดือน ต.ค.-พ.ย. อ.ป๋วย และคณะผู้บริหาร อาจารย์ที่ปรึกษา จะไปร่วมเสวนาวิเคราะห์สถานการณ์งานที่ บอ. ทำร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งสายครูประชาบาล ครูมัธยม สาธารณสุขและสายชาวเขา

สถานีประมงจังหวัดพะเยา คือที่ที่บัณฑิตอาสาสมัครภาคเหนือใช้เป็นที่ประชุมสัมมนาและที่พักเป็นประจำ เมื่อสัมมนาเสร็จ อ.ป๋วย ก็จะไปเยี่ยมบัณฑิตอาสาในพื้นที่เท่าที่โอกาสอำนวย

ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เรียบง่าย ใช้ชีวิตติดดิน รับฟังความเห็นของศิษย์อย่างเปิดกว้าง มีความเที่ยงตรง ซื่อสัตย์สุจริต เข้าพื้นที่ก็กินอยู่กับชาวบ้านกับศิษย์สบายๆ

ปี 2519 มีการสัมมนากลางปีของบัณฑิตอาสาสมัครรุ่นที่ 8 ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ช่วง 35 ต.ค. ดิฉันกลับถึงเชียงรายเช้าวันที่ 6 ต.ค. 2519 ทราบข่าวจากวิทยุ ทีวี ว่าเกิดการณ์ 6 ตุลา 2519 อ.ป๋วย ถูกตำรวจคนหนึ่งทำร้ายด้วยด้ามปืน ถูกกล่าวหาด้วยข้อหารุนแรง ต้องลี้ภัยไปอยู่อังกฤษอย่างกะทันหัน

ผองศิษย์สะเทือนใจที่สุด ที่คนกล้า คนดี ทุ่มเทสติปัญญา กำลังกาย กำลังใจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศด้วยความซื่อสัตย์โดยไม่เคยมีผลประโยชน์ส่วนตัว กลับต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ เหล่าบัณฑิตอาสาถูกเรียกตัวออกจากพื้นที่เพราะข้อหาของหัวหน้าใหญ่ คือ “คอมมิวนิสต์” ศิษย์จึงถูกฝ่ายรัฐมองด้วยความไม่ไว้วางใจ

ความทุกข์ใจของท่านที่ถูกฝ่ายรัฐกล่าวโทษโดยไม่มีมูลจริง ทำให้ท่านเครียดจัดจนไม่สามารถสื่อสารโดยการพูดได้ ได้แต่เขียนหรือพูดโดยไม่มีเสียง

ครั้งสุดท้ายที่ศิษย์ได้ไปเยี่ยมอาจารย์ที่บ้านเล็กๆ ชานเมืองลอนดอน อาจารย์กรุณาหยิบสมุดรายชื่อ บอ. แล้วชี้ชื่อ “เตือนใจ กุญชร ณ อยุธยา กับธนูชัย ดีเทศน์” ใบหน้าท่านยิ้มแย้ม แสดงความยินดีที่ศิษย์ระลึกถึงและกตัญญูต่อท่าน ดิฉันแอบสะอื้นในใจ นี่หรือคือการตอบแทนของผู้ที่ทำความดีต่อประเทศชาติอย่างสูงสุด เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดทิศทางการคลังของประเทศ โดยรัฐบาลไม่กล้าคัดค้านในหลักการอันแน่วแน่ของท่าน

ในโอกาสที่ธรรมศาสตร์จัดงานรำลึกถึง 98 ปี อ.ป๋วย ในวันที่ 10 มี.ค. 2557 ที่ห้องสมุดอาจารย์ป๋วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ฝากชื่อเสียงคุณความดีไว้ในโลก แม้ชีวิตจะล่วงลับไปแล้ว แต่สังคมในอุดมคติที่ท่านวาดหวังไว้คือ “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ยังเป็นที่กล่าวขานที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นได้จริงโดยเร็ววัน

ศิษย์ขอบูชาพระคุณครูผู้เป็นแบบอย่างแห่งการใช้ชีวิตและการงานของข้าพเจ้า คติ “ความงาม ความดี ความจริง” ของ อ.ป๋วย เป็นกำลังใจให้ข้าพเจ้ามองคนมองโลกด้วยความพยายามที่จะเห็นความดี ความงามของทุกคน นอกเหนือจากความจริงซึ่งอาจชวนให้ผิดหวัง ท้อถอย ขมขื่น

ชีวิตของ อ.ป๋วย ไม่ได้มีแต่ความเคร่งเครียดกับงานเพื่อให้บรรลุผล แต่ท่านมีความเมตตากรุณา สุภาพอ่อนโยน เห็นความงามของศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ เห็นความงามของผู้คนในชนบท ท่านใช้ชีวิตอย่างสมถะ เสมอต้นเสมอปลาย มีความจำเป็นเลิศ ให้เกียรติมนุษย์ทุกคนที่ท่านติดต่อสัมพันธ์ด้วย โดยเฉพาะกับศิษย์และบัณฑิตอาสา บทกวีของท่านที่ข้าพเจ้าใช้เตือนสติ คือ

“วิสัยบัณฑิตผู้ ทรงธรรม์

ไป่เปลี่ยนไป่แปรผัน ไป่ค้อม

ไป่ขึ้นไป่ลมหัน กลับกลอก

กายจิตวาทะพร้อม เพียบด้วยสัตยา”

ข้าพเจ้าขอแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่ออาจารย์ด้วยการสืบทอดเจตนารมณ์และอุดมการณ์ “สันติประชาธรรม” ของอาจารย์ตลอดไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท