posttoday
นกเห็ลกเอเชียสะท้านความปลอดภัยหลวม

นกเห็ลกเอเชียสะท้านความปลอดภัยหลวม

10 มีนาคม 2557

กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อมีรายงานว่าเที่ยวบิน “เอ็มเอช 370” ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อมีรายงานว่าเที่ยวบิน “เอ็มเอช 370” ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่เดินทางออกจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง เกิดสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างการเดินทาง เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา และไม่สามารถติดต่อได้จนถึงปัจจุบันนี้ ก่อให้เกิดความวิตกกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิตของลูกเรือและผู้โดยสารกว่า 239 คนที่อยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว

แม้ว่าขณะนี้นานาชาติจะมุ่งให้ความสนใจกับการตามหาเครื่องบินลำนี้อย่างเอาจริงเอาจัง แต่อีกประเด็นหนึ่งที่สื่อทั่วโลกให้การติดตามไม่น้อยเช่นกันนั่นคือ “ประเด็นด้านการรักษาความปลอดภัยและคัดกรองผู้โดยสารของทางการมาเลเซียที่หละหลวม” หลังจากมีรายงานพบว่ามีผู้โดยสารบนเครื่องอย่างน้อย 2 ราย แอบอ้างนำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่ถูกขโมยมาจากคนอื่น มาใช้สวมรอยเดินทางในเที่ยวบินนี้

กรณีความหละหลวมในด้านความปลอดภัยดังกล่าวที่เกิดขึ้นภายหลังจากทางการของมาเลเซีย เปิดเผยชื่อผู้โดยสาร 239 คน ที่โดยสารในเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ออกมา โดยมีทั้งชาว จีน มาเลเซีย สหรัฐ ยูเครน ออสเตรีย และ อิตาลี ทว่าไม่นานนักทางกระทรวงต่างประเทศของออสเตรียกับอิตาลี ได้ออกมาปฏิเสธว่า รายชื่อชาวออสเตรียกับอิตาลี ที่ระบุว่าเป็นผู้โดยสารบนเครื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

เนื่องจากทางการของทั้งสองประเทศยืนยันหนักแน่นว่า บุคคลทั้งสองยังปลอดภัยดีอยู่ และเป็นไปได้ว่าหนังสือเดินทางที่ถูกนำไปใช้ในเครื่องบินเที่ยวดังกล่าว เป็นหนังสือเดินทางที่ทั้งคู่ถูกขโมยไปเมื่อหลายปีก่อนในระหว่างมาท่องเที่ยวในประเทศไทย

นอกจากนี้ ล่าสุดก็มีรายงานจากสำนักข่าวซินหัวอีกด้วยว่า พบผู้โดยสารชาวจีนรายหนึ่ง ที่ระบุว่าอยู่ในลิสต์รายชื่อผู้โดยสารในเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ทว่าในความเป็นจริงแล้ว กลับไม่ได้เดินทางไปกับเครื่องบินลำดังกล่าว เพราะเจ้าตัวยังคงอยู่อาศัยในมณฑลฝูเจี้ยน ซ้ำร้ายยังไม่เคยมีประวัติเดินทางออกไปต่างประเทศอีกด้วย

จากทั้ง 3 กรณีกลายเป็นตัวจุดชนวนให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเกิดความวิตกกังวลขึ้นว่า เครื่องบินของสายการบินแห่งชาติแดนเสือเหลืองอาจจะตกเป็นเหยื่อของขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ ที่อาศัยหนังสือเดินทางที่โดนขโมยมาและแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น ใช้ในการแอบแฝงตัวเพื่อขึ้นเครื่องบิน พร้อมกับลงมือก่อวินาศกรรมขึ้น

ความหวาดวิตกว่าจะกลายเป็นประเด็นการก่อการร้าย ถือเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากล่าสุดทางการแดนเสือเหลืองได้ดำเนินการสอบสวนรายชื่อผู้โดยสารทั้งหมดบนเครื่องแล้ว เพราะหวั่นว่าจะมีการแฝงตัวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามามากกว่า 3 ราย และอาจเป็นขบวนการก่อการร้าย ซึ่งล่าสุดทางสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาที่มาเลเซียแล้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการสอบสวนดังกล่าว

ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีการสูญหายไปของเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ของมาเลเซีย จะกลายเป็นฝีมือการก่อวินาศกรรมโดยผู้ก่อการร้ายจริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยทางการมาเลเซียคงต้องตกเป็นจำเลยของประชาคมโลกอย่างแน่นอน จากความหละหลวมในการตรวจคัดกรองผู้โดยสารของเที่ยวบินดังกล่าวที่เกิดขึ้น

เนื่องจากมีรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า ทางการแดนเสือเหลืองไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบหนังสือเดินทางของผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องกับทางองค์การตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) เลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่หนังสือเดินทางของชาวออสเตรียและอิตาลี ที่ถูกนำไปใช้ในการเดินทางครั้งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับฐานข้อมูลของอินเตอร์โพลแล้วว่าเป็นหนังสือเดินทางที่สูญหายและถูกขโมยไปเมื่อหลายปีก่อน

ปัญหาเรื่องความหละหลวมในการดูแลความปลอดภัยของสายการบินแห่งชาติมาเลเซียดังกล่าวอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้นำไปสู่การตั้งคำถามในเรื่องความเข้มงวดด้านการดูแลความปลอดภัยทางอุตสาหกรรมการบินของทั้งภูมิภาคเอเชียเลยทีเดียว

เนื่องจากในขณะที่อุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากจำนวนชนชั้นกลางที่กำลังเพิ่มมากขึ้น ซึ่งยืนยันได้จากตัวเลขผู้โดยสารของสมาคมการเดินทางแห่งเอเชียแปซิฟิก (พาตา) ที่เผยว่าช่วง 8 เดือนแรกปี 2013 มีผู้โดยสารเดินทางด้วยเครื่องบินกว่า 138 ล้านคน สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้านั้นถึง 5%

แต่ในอีกมุมหนึ่งในด้านมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ กลับยังคงเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่า มีการพัฒนาขึ้นตามไปด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำขนาดเล็กทั้งหลาย

เพราะต้องยอมรับว่า มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของภูมิภาคยังมีความลักลั่นและไม่เท่าเทียมกันอยู่มาก จนนำไปสู่การก่อให้เกิดอุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา

โดยเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ก็เพิ่งเกิดเหตุเศร้าสลดจากการที่สายการบินแห่งชาติของลาว หรือ “ลาว แอร์ไลน์” ประสบอุบัติเหตุตกลงในแม่น้ำโขง หลังจากที่เกิดฝนตกหนัก จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คน ถือเป็นเหตุเครื่องบินตกที่เลวร้ายที่สุดของสายการบินของลาวนับตั้งแต่ปี 1954 เลยทีเดียว

ขณะที่เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เครื่องบินแบบใบพัดคู่ของสายการบิน “เนปาล แอร์ไลน์” ของประเทศเนปาล ก็เพิ่งประสบอุบัติเหตุตก จนทำให้ผู้โดยสารบนเครื่องเสียชีวิตไป 18 คน นับเป็นอุบัติเหตุทางการบินหนที่ 7 ของสายการบินเชิงพาณิชย์ของเนปาล นับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินของสายการบินเชิงพาณิชย์ตกในปี 2008 รวมยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกในเนปาล จนถึงปัจจุบันนี้มีคนเสียชีวิตไปแล้วถึง 125 คน

นอกจากนี้ มาตรฐานการบินของหลายประเทศในเอเชีย ก็เริ่มเป็นที่คลางแคลงใจของทั่วโลกมากขึ้น โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา องค์การการบินพลเรือนของสหรัฐได้ลดระดับความปลอดภัยมาตรฐานการบินของสายการบินจากอินเดียลง หลังจากเข้าทำการตรวจสอบการวัดมาตรฐานขององค์การกำกับดูแลด้านการบินของอินเดีย

เฉกเช่นเดียวกับกรณีของอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันสายการบินหลายแห่งยังคงติดอยู่ในลิสต์รายชื่อของสายการบินที่ต้องจับตาและระมัดระวังในด้านความปลอดภัยของสหภาพยุโรป (อียู) อยู่ ซึ่งเป็นสัญญาณกระตุ้นให้สายการบินแดนอิเหนาจำเป็นต้องรีบเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน

เบรนดัน โซบี จากศูนย์การบินแห่งเอเชียแปซิฟิก (พาตา) ให้ความเห็นว่า นับเป็นความท้าทายของหลายชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่จะต้องยกระดับมาตรฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยให้เพียงพอกับการรองรับปริมาณความต้องการและผู้โดยสารที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนนักท่องเที่ยวและปริมาณการการค้าที่จะขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ยืนยันได้จากข้อมูลของ มาร์ติน เคล็ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมการเดินทางแห่งเอเชียแปซิฟิก ที่ระบุว่า ปริมาณชนชั้นกลางในภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะเติบโตขึ้นจากปัจจุบันที่ 500 ล้านคน ขึ้นไปอยู่ที่ 1,700 ล้านคนในปี 2030

ทรรศนะจากนักวิเคราะห์ในข้างต้น ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริง เนื่องจากรายงานของบริษัท โบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินจากสหรัฐ คาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะครองสัดส่วนเกือบ 50% ของการขยายตัวในอุตสาหกรรมการบินทั้งหมดทั่วโลก ดังนั้นปริมาณการสั่งซื้อเครื่องบินน่าจะเพิ่มขึ้นอีก 12,820 เครื่อง มูลค่าทั้งหมดประมาณ 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ฉะนั้นจึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ที่หลายชาติจะตัองรีบเร่งยกระดับมาตรฐานด้านการบินให้สามารถตอบสนองกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท