posttoday
ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

08 มีนาคม 2557

ความฝันเป็นสิ่งดีงาม การก่อร่างสร้างฝันล้วนเป็นกิจกรรมบริสุทธิ์

โดย...กองบรรณาธิการ

ความฝันเป็นสิ่งดีงาม การก่อร่างสร้างฝันล้วนเป็นกิจกรรมบริสุทธิ์

นาทีที่ผืนอกของคนหนุ่มสาวระอุอุ่นด้วยการรังสรรค์ ไม่ว่าพลังเหล่านั้นจะถูกปลดปล่อยในรูปแบบใด ล้วนปราศจากข้อเคลือบแคลงว่า

...เราต่างมีแสงสว่างในตัวเอง

ภาพนิสิต นักศึกษา หิ้วหอบกระเป๋าเป้พะรุงพะรังด้วยสัมภาระกองพะเนิน ย่ำเท้าลัดเลาะแนวเขาเข้าสู่ชนบทห่างไกล ในวันที่ภาคเรียนวิชาการสิ้นสุด เป็นวันเดียวกับที่ห้องเรียนวิชาชีวิตเปิดฉากขึ้น

“ค่ายอาสา” ในความหมายของใครหลายคนอาจฟังดูโรแมนติก คุณหรือใครบางคนอาจปรามาสว่าเป็นเพียงกิจกรรมตอบจริตของหนุ่มสาวชนชั้นกลางที่ถวิลหาการทำความดี

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

 

นั่นอาจเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในร้อยส่วนของเหตุผลที่ผลักดันสู่การตัดสินใจ...ไม่ปฏิเสธ หากแต่ลองกวักมือที่ราอยู่ในน้ำขึ้นมาชะล้างอคติ ...เสียเวลา 5-10 นาที ทำความเข้าใจความคิดของหนุ่มสาวเหล่านี้

เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจ ...คุณจะค้อมตัวคารวะหัวใจบริสุทธิ์ดวงนั้น

แสงแดดตอนเที่ยงวันแผดกล้าเต้นระยับอยู่ไกลๆ เป็นการยืนยันการมาถึงของเดือน เม.ย. ช่วงปิดภาคเรียนเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายจากตำรับตำราของหนุ่มสาว

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

 

บางคนใช้เวลานี้หย่อนใจตักตวงความสุขเท่าที่ปัจจัยจะเอื้ออำนวย บางคนเลือกอุทิศเวลารวมกลุ่มออกเดินทางโดยมีหมุดหมายพัฒนาชนบทห่างไกล

บรรยากาศของค่ายอาสาที่ชาวค่ายในยุคบุกเบิกคุ้นเคยกันดี คือ ภาพของขบวนรถที่ต้องแล่นฝุ่นตลบไปบนถนนดินลูกรัง ซึ่งทอดผ่านทุ่งนาที่เพิ่งจะเกี่ยวเสร็จ สอดแทรกด้วยบทเพลงคุ้นเคยอย่างรางวัลแด่คนช่างฝัน ชายหญิงร้องประสานดีดสีตีเคาะกันอย่างครื้นเครง

มาตราว่าเลยล่วงกาลเวลาเปลี่ยนผันหน้าร้อนยิ่งร้อนยิ่ง หากแต่ความฝันของนิสิต นักศึกษายังคงปรากฏอยู่ไม่ผันแปร

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

 

รชฏ บรรจงแต้ม นายกองค์การบริหารองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าว่า แต่ละปีการศึกษาจะมีทั้งค่ายเล็กและค่ายใหญ่ โดยคณะทำงานของแต่ละชมรมจะหารือร่วมกันว่าในแต่ละวาระนั้นจะทำค่ายรูปแบบใด ไม่ว่าจะเป็นค่ายสร้าง ค่ายเสริม หรือค่ายซ่อม

“ค่ายสร้าง ก็เช่นเข้าไปดำเนินการด้านสาธารณสุข ห้องสมุดชุมชน หรือสาธารณูปโภคต่างๆ ค่ายเสริม ก็คือ เสริมจากที่มีอยู่แล้ว เช่น นำสิ่งของที่ขาดแคลนเข้าไปบริจาค บริหารจัดการสิ่งต่างๆ ในพื้นที่ ค่ายซ่อม ก็เป็นไปตามชื่อเรียก คือ เดินทางไปเพื่อซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุด”

เมื่อได้วัตถุประสงค์แล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนจัดทำโครงการ วางแผนงาน กำหนดระยะเวลา กำหนดมาตรการความปลอดภัยในการออกค่าย โดยแต่ละครั้งจะแบ่งคณะทำงานออกเป็น 2 ชุด ชุดหนึ่งเป็นทีมงานเดิม อีกชุดหนึ่งรับสมัครใหม่ ซึ่งแต่ละครั้งจะมีคนร่วมประมาณ 80-100 คน

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

 

“ทุกคนเข้าใจในวิถีที่แตกต่างมากขึ้น เป็นวิถีชีวิตของชาวชนบทที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน”

ขณะที่ วิกร เพิ่มพวก นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ภายหลังที่ทราบถึงโครงการของแม่ทัศนีย์ คีรีประณีต แห่งบ้านเด็กกำพร้า Safe Haven Orphanage อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ที่รับอุปการะเด็กกำพร้ากว่า 60 คน จึงรวมกลุ่มเพื่อนๆ อาสาเข้าไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กเหล่านี้

“ผมติดต่อชมรมต่างๆ ใน มธ. เพื่อขอรับการสนับสนุนและความช่วยเหลือ จากนั้นเราก็เข้าไปสอนให้พวกเขาปลูกผัก สอนหนังสือ ภาพที่เกิดขึ้นคือทุกคนเกื้อกูลกันเท่าที่กำลังความสามารถจะอำนวย เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้พบนักในสังคมเมืองอย่างกรุงเทพฯ” วิกร ระบุ

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

 

สิริธร ไพรลุณ อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชั้นปีที่ 2 ตัดสินใจแน่วแน่ในการเข้าร่วมชมรมอนุรักษ์ฯ เพื่อทำกิจกรรมจิตอาสาในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“รุ่นพี่ เล่าว่า ในสมัยก่อนคนทำค่ายต้องทำการบ้าน ต้องหาข้อมูลต้นตอของปัญหาและแก้ที่สาเหตุ ต้องลงพื้นที่คลุกคลีกับชาวบ้านเป็นเดือนๆ และทำกระบวนการเรียกร้องเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม นักศึกษาต้องร่วมต่อสู้เคียงข้างชาวบ้าน แต่ในสมัยนี้มันมีข้อจำกัดมาก” สิริธร ระบุ

แม้ว่าจะมีข้อจำกัดด้านเวลา แต่เด็กค่ายในปัจจุบันก็ยังยึดโยงแนวคิดหลักจากเดิม สิริธร เล่าว่า หลังจากได้รุ่นน้องเข้าร่วมแล้วก็มีการฉายภาพปัญหาต่างๆ เช่น บอกน้องว่าพื้นที่ที่จะลงนั้นมีปัญหาแบบนี้ ได้รับผลกระทบแบบนี้ เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศอย่างไร นโยบายรัฐเป็นอย่างไร จากนั้นก็เปิดให้แลกเปลี่ยน เชิญวิทยากรมาอธิบาย ก่อนจะลงพัฒนาพื้นที่

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

 

ยุภา สียางนอก นักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกัน ชั้นปีที่ 2 ชมรมค่ายอาสาพัฒนา บอกว่า สมัยก่อนมักจะทำค่ายสร้าง แต่ในปัจจุบันรูปแบบเปลี่ยนไป เพราะต้องใช้เวลานานและงบประมาณมาก ส่วนใหญ่เลยเป็นค่ายซ่อมมากกว่า

นอกเหนือจากค่ายอาสาพัฒนาแล้ว ยังมีค่ายในรูปแบบอื่นๆ ของนิสิต นักศึกษาที่น่าสนใจ อย่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีชมรมพัฒนาศักยภาพ ที่ก่อตั้งมาได้ 7 ปี มีกิจกรรมของชมรมเป็นการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถของบุคคล ดึงความสามารถของแต่ละคนให้กล้าคิดกล้าทำ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ การตั้งเป้าหมายในชีวิต รวมถึงการปลุกจิตสำนึกที่ดีให้กับนักศึกษาเพื่อการพัฒนาสู่ระดับสังคมเมื่อจบออกไป ปัจจุบันชมรมมีสมาชิก 150 คน

สมศักดิ์ มงคล นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ รองประธานชมรมฯ บอกว่า กิจกรรมของนิสิต นักศึกษาในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตมาก มีชมรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยก่อนที่ผู้เขียนเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ 13 ปีก่อน เมื่อก่อนการทำกิจกรรมของนิสิต นักศึกษา เป็นไปด้วยความสมัครใจ ใครอยากออกค่ายก็ออก ใครไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำก็ได้ แต่ปัจจุบันไม่ใช่ นักศึกษาทุกคนถูกบังคับ โดยหลักสูตรใหม่ที่จะมีชั่วโมงกิจกรรม นักศึกษาจะต้องเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง จึงจะจบหลักสูตร ทำให้นักศึกษาหลายๆ คนจำเป็นต้องเลือกเข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรมการออกค่ายไปพักแรมตามชนบท ซึ่งจะได้ชั่วโมงกิจกรรมมาก

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

 

อย่างไรก็ตาม การออกค่ายพัฒนาชนบท ไม่ว่าจุดตั้งต้นของเป้าประสงค์แห่งการออกค่ายของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางคนอยากออกค่ายพัฒนาช่วยเหลือชาวบ้าน บางคนอยากเจอเพื่อนใหม่ๆ บางคนไปกับแฟน หรือบางคนแค่อยากได้ชั่วโมงกิจกรรม แต่ท้ายที่สุดนักศึกษาทุกคนก็จะพบกับโลกทัศน์ใหม่ๆ ได้เพื่อนใหม่ ได้เรียนรู้สังคมอีกรูปแบบ ได้เข้าใจวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันของเหล่านักศึกษา และประสบการณ์ชีวิตจริงๆ ซึ่งหาไม่ได้จากการเรียนในห้องธรรมดา

นอกจากนี้ ยังมีชมรมรักษ์ช้างไทย ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นเรื่องช้างเป็นหลัก การศึกษาวิถีชีวิตและช่วยเหลือช้าง

สมบูรณ์ เฉยสวัสดิ์ นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองประธานชมรมรักษ์ช้างไทย เล่าว่า เป็นประจำทุกปีที่เมื่อเข้าสู่ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ทุกชมรมต่างจัดกิจกรรมออกค่ายอาสาสู่ชนบท ชมรมรักษ์ช้างไทยก็เช่นกัน โดยกิจกรรมจะเป็นการออกไปตั้งค่ายพักแรมในหมู่บ้านควาญช้าง เพื่อศึกษาวิถีชีวิตของควาญช้าง และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้าง โดยพักแรมร่วมกันเป็นหมู่คณะในโรงเรียนของหมู่บ้าน

ขณะที่ชมรมมหาวิทยาลัยชาวบ้าน ทัตธน สมเขาใหญ่ นิสิตคณะสังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 รองประธานชมรมฯ อธิบายว่า เดิมเป็นชมรมที่มีอุดมการณ์และทำงานทางการเมือง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเน้นการศึกษาปัญหาของสังคม ปัญหาสิ่งแวดล้อม

รูปแบบของการออกค่ายจะเป็นการออกไปใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้าน โดยนักศึกษาจะถูกแยกย้ายกันออกไป กิน อยู่ และอาศัยนอนบ้านชาวบ้าน บ้านละ 23 คน จากจำนวนนักศึกษาที่ออกค่ายประมาณ 30 คน เพื่อศึกษาวิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านในชนบท ซึ่งสิ่งที่นิสิตจะต้องทำก็คือ การทำงานช่วยเจ้าบ้าน ปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ทำกับข้าว ขุดดิน ทำสวน ปลูกต้นไม้ ในช่วงเช้าและตอนเย็น ส่วนช่วงกลางวัน นักศึกษาก็จะออกมารวมกัน ณ จุดหนึ่ง เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างนิสิต กิจกรรมที่ทำก็จะเป็นกิจกรรมเสริมความรู้ทางวิชาการ ช่วยสร้างอาคารอเนกประสงค์ และกิจกรรมสันทนาการ เล่นเกม

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกค่าย

 

ธนพล จิโสะ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะประธานค่ายอบรมจริยธรรมเสริมสร้างความเป็นผู้นำ ซึ่งจัดโดย ชมรมมุสลิม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เล่าว่า การจัดค่ายอบรมจริยธรรมครั้งนี้ ก็เพื่อรวบรวมนักศึกษามุสลิมให้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดความเห็น เกิดกระบวนการขัดเกลาตนเองโดยใช้หลักการของอิสลาม เสริมสร้างภาวะผู้นำไปในตัว ให้ได้ซึมซับกลิ่นอายของศาสนา แล้วนำไปใช้ในชีวิตจริง เพราะต่างคนต่างที่มา จึงอยากให้ทุกคนมาอยู่ร่วมกันในกรอบของอิสลาม อีกอย่างคือ ให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องมุสลิมในรั้วมหาวิทยาลัย ที่สามารถพัฒนาไปสู่สังคมมุสลิมที่กว้างมากขึ้นได้

ในการจัดค่ายศาสนาของชมรมมุสลิม รูปแบบกิจกรรมย่อมมีความแตกต่างไปจากชมรมอื่นๆ การสังสรรค์ เฮฮา ร้องรำทำเพลง เป็นกิจกรรมที่หาได้ยากจากค่ายนี้ ประธานค่าย อธิบายว่า เน้นเรื่องวิชาการด้านศาสนามากขึ้น เรื่องความสนุกสานถูกลดหย่อนลงไป เพราะคำนึงว่าทุกคนมาเพื่อเรียนรู้สัจธรรม ต้องสะท้อนให้เห็นภาพของความเป็นมุสลิม

ณัฐจักร วงษ์ยิ้ม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ บอกถึงเหตุผลที่เข้าร่วมค่ายครั้งนี้ว่า ปกติการใช้ชีวิตในสังคมสมัยนี้ค่อนข้างลำบาก สิ่งไม่ดีมีอยู่ทุกซอกมุม เราสามารถหลงทางไปสู่สิ่งผิดได้ตลอดเวลา การเข้าค่ายศาสนาช่วยให้เรากลับมาอยู่ในกรอบ ประหนึ่งสร้างเกราะคุ้มกันจากสิ่งเลวร้าย ในเมื่ออันตรายอยู่รอบๆ ตัว หน้าที่ของเรา คือ ทำให้ตัวเองแข็งแรงมากที่สุด แข็งแรงในที่นี้ไม่ใช่ทางด้านร่างกาย หากแต่เป็นหัวใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท