
ศรส.เล็งยื่นศาลแพ่งกปปส.ปิดล้อมหน่วยราชการ
ธาริต เล็งยื่นศาลแพ่งใช้ปตท.เป็นบรรทัดฐานกปปส.ปิดล้อมหน่วยราชการ ประณามปิดสถานทูต กระทบความสัมพันธ์ประเทศ เตือน "จิตภัสร์"อย่าไปยื่นหนังสือที่บ้าน
ธาริต เล็งยื่นศาลแพ่งใช้ปตท.เป็นบรรทัดฐานกปปส.ปิดล้อมหน่วยราชการ ประณามปิดสถานทูต กระทบความสัมพันธ์ประเทศ เตือน "จิตภัสร์"อย่าไปยื่นหนังสือที่บ้าน
เวลา13.00น.วันที่ 7 มี.ค.ที่ศูนย์รักษาความสงบศรส.กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในฐานะกรรมการศรส.แถลงผลการประชุม ศรส. ถึงมติที่ประชุมศรส.ในวันนี้ว่าศรส.ได้รับรายงานผลการดำเนินคดีกรณีกลุ่มแนวร่วม กปปส.ที่นำโดยนายระวี มาศฉมาดลกับพวก เข้าปิดล้อม บุกรุกบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)ซึ่งได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง ซึ่งเมื่อปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมาศาลแพ่งได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยวินิจฉัยว่าการปิดล้อมบุกรุกบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน)บริเวณกระทรวงพลังงานนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการใช้สิทธิเกินสมควรของการชุมนุมจึงมีคำสั่งให้จำเลยซึ่งก็คือนายระวี มาศฉมาดล แกนนำกปปส.พร้อมกับผู้ร่วมชุมนุมเปิดทางเข้าออกอาคารของบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)รวมทั้งให้ออกไปจากพื้นที่โดยรอบอาคารและขนย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่าง ๆที่ใช้ในการชุมนุมหรืออยู่ในที่ชุมนุมออกไปจากบริเวณที่ชุมนุมและพื้นที่โดยรอบอาคารจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นศรส.เห็นว่าแนวทางการดำเนินคดีเช่นนี้สมควรนำไปใช้กับสถานที่ราชการและภาคธุรกิจที่ถูกแกนนำ กปปส. นำมวลชนไปปิดล้อมบุกรุก ให้ได้รับความเสียหายโดยในส่วนของหน่วยงานราชการนั้นศรส.ได้แจ้งกำชับให้ดำเนินการเป็นการเร่งด่วนแล้ว
นายธาริต ยังระบุอีกว่าศรส.ขอประณามการกระทำของแกนนำ กปปส.โดยเฉพาะนายอุทัย ยอดมณี และนายนิติธรล้ำเหลือกับพวกที่ได้นำเอามวลชนไปชุมนุมปิดล้อมด้านหน้าสถานทูตต่างๆเช่น จีน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นออสเตรเลีย ตลอดทั้งวัน เมื่อวานนี้และมีการกล่าวปราศรัยโจมตีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯรวมถึงกระทำการฉีกแถลงการณ์และโปรยเศษกระดาษเข้าไปในแนวรั้วของสถานทูตซึ่งแกนนำกปปส.ได้เคยกระทำการในลักษณะนี้ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามาแล้วเมื่อวันที่ 19 ธ.ค 56โดยปิดล้อมและปราศรัยโจมตีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาซึ่งการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นความผิดต่อกฎหมายอาญาฐานกระทำการดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศยังเป็นการกระทำที่สมควรถูกประณามอย่างยิ่งเพราะเป็นการกระทำโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีของประชาชนทั้งสองประเทศซึ่งมีความสัมพันธ์อันยาวนานถึง177ปีเป็นการไม่ให้เกียรติต่อสถานที่และผู้แทนทางการทูต ซึ่งไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
“ศรส.ขอร้องพี่น้องประชาชนให้งดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมและเข้าไปในพื้นที่ใกล้กับบริเวณที่ชุมนุมเพื่อความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของท่านเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาบริเวณใกล้กับที่ชุมนุมของกปปส.มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถูกประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 2คนโดยวิถีกระสุนปืนถูกยิงมาจากในบริเวณสวนลุมพินีที่มีการชุมนุมและที่ผ่านมายังมีการจับตัวนายยืม นิลหล้าที่ไปนั่งพักผ่อนในสวนลุมพินี ใกล้กับบริเวณเวทีชุมนุม แล้วถูกการ์ดกปปส.จับกุมตัวไปซ้อมทำร้าย แล้วมัดตัวไว้ในเต็นท์ของการ์ดนานถึง 6วันก่อนนำตัวไปโยนทิ้งแม่น้ำบางปะกงเพื่อให้ถึงแก่ความตายนอกจากนี้ยังมีศพชายไทยอีก 2ศพถูกทำร้ายแล้วอำพรางทิ้งไว้ในรัศมีใกล้กับบริเวณการชุมนุมอีกด้วย” นายธาริต กล่าว
นายธาริต กล่าวอีกว่าการที่ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำกปปส.โพสต์ข้อความทางโซเชียลเน็ตเวิร์คว่าจะพากลุ่มผู้ชุมนุมไปที่บ้านตนเพื่อยื่นหนังให้ตรวจสอบเรื่องการแบ่งแยกดินแดนนั้นตนขอฝากผ่านสื่อมวลชนด้วยว่าบ้านตนนั้นอยู่ในเมืองเอกอยู่ในย่านชุมชนขอร้องว่าอย่ามาเลยการที่จะมายื่นหนังสือก็ให้มาที่ศรส. โดยจะให้ตัวแทนเข้ามายื่นหรือจะให้ตนออกไปรับก็ยินดีให้ใช้สถานที่ราชการดีกว่าหากไปแล้วมีการบุกรุกเข้าไปในบ้านตนก็คงต้องใช้มาตราการที่จำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยในเคหสถานแน่นอน







