
"ทาส" ต่างด้าวเรือประมงไทย
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมประมงขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเบื้องหลังของอุตสาหกรรมที่รุ่งโรจน์นี้จะมีการบังคับใช้แรงงานต่างด้าวอย่างไม่เป็นธรรมและไร้มนุษยธรรม
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมประมงขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเบื้องหลังของอุตสาหกรรมที่รุ่งโรจน์นี้จะมีการบังคับใช้แรงงานต่างด้าวอย่างไม่เป็นธรรมและไร้มนุษยธรรม
เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา กองทุนเพื่อความยุติธรรมแห่งสิ่งแวดล้อม (อีเจเอฟ) ที่อังกฤษ เปิดเผยรายงานชื่อความเป็นทาสในทะเล ระบุว่า ในอุตสาหกรรมประมงของไทยมีเรือประมงหลายลำที่ใช้แรงงานต่างด้าวอย่างผิดกฎหมาย ซ้ำร้ายยังมีการค้าขายแรงงานเหล่านั้นเหมือนเป็นทาสเรือระหว่างเรือประมงอีกด้วย
“แรงงานต่างด้าวบนเรือประมงมักถูกบังคับใช้แรงงาน หลายคนยังถูกขายโดยขบวนการค้ามนุษย์อย่างผิดกฎหมาย และไม่ได้รับการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานด้วยซ้ำ” สตีฟ เทรนท์ กรรมการผู้บริหารของอีเจเอฟ กล่าว
รายงานของอีเจเอฟระบุต่อไปว่า การค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และทำกำไรให้ขบวนการค้ามนุษย์อย่างงาม คนงานต่างด้าวบางคนถูกขายต่อเป็นทอดๆ จากลำหนึ่งสู่อีกลำหนึ่งและไม่เคยได้ขึ้นฝั่งเป็นปีๆ
สาย โกโก วัย 21 ปี เป็นหนึ่งในแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ถูกขายให้กับเรือประมงไทย แล้วถูกบังคับใช้แรงงานอย่างหนักจนไม่สบายและทำงานไม่ได้ แต่แทนที่จะได้รับการรักษา ไต้ก๋งเรือกลับฟาดโกโกจนสลบและผลักลงทะเลไป โชคดีที่โกโกได้รับการช่วยเหลือจากเรือประมงลำอื่นก่อนจะถูกส่งให้กับศูนย์ผู้อพยพของอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ดี ชาวพม่าอีกหลายคนยังคงติดอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพของอินโดนีเซีย โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรใดๆ
รายงานระบุต่อไปว่า ปัญหาการค้าแรงงานต่างด้าวบนเรือประมงมีที่มาจากปัญหาทรัพยากรในอ่าวไทยลดลง โดยข้อมูลจากกรีนพีซ ระบุว่า ในปี 1961 ประมงไทยจับปลาได้ราว 300 กก./ชม. แต่ในปี 2011 ประมงไทยจับปลาได้เพียง 25 กก./ชม. เท่านั้น การที่กำไรจากการจับปลาลดลงทำให้ความต้องการแรงงานราคาถูกเพิ่มสูงขึ้น
สอดรับกับรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศที่ระบุว่า อุตสาหกรรมการประมงในประเทศไทยนั้นกำลังขาดแคลนแรงงานถึง 5 หมื่นคน ซึ่งเป็นทั้งสาเหตุและผลกระทบของการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เหมาะสมในอุตสาหกรรมการประมงของไทย
“ทั่วโลกยังคงซื้อปลาจากประเทศไทย โดยไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านั้น” แอนดี ฮอลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานอพยพในไทยและพม่ากล่าว พร้อมเสริมว่า กรณีดังกล่าวจึงเป็นช่องว่างให้ทางการไทยมองว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่
ฮอลล์ กล่าวต่อไปว่า ฟินแลนด์เคยคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์จากสับปะรดของไทยมาแล้ว เนื่องจากปัญหาการกดขี่แรงงานในอุตสาหกรรมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กลับไม่เคยเห็นว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรปและสหรัฐจะคว่ำบาตรเพื่อกดดันรัฐบาลไทยเลย โดยเฉพาะสหรัฐ







