
สมช.ซัดยิ่งลักษณ์หนีปัญหา
ข้าราชการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตัดสินใจออกแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน สมช. ละเลยต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบสุขในบ้านเมือง
ข้าราชการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตัดสินใจออกแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน สมช. ละเลยต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบสุขในบ้านเมือง
แถลงการณ์ดังกล่าวนำมาเผยแพร่หลายครั้งผ่านแกนนำ กปปส. ปราศรัยต่อผู้ชุมนุมมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณที่สวนลุมพินี
ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ขอขอบคุณ พรชาติ บุนนาค รองเลขาธิการ สมช. ที่ออกแถลงการณ์ของข้าราชการใน สมช. โดยระบุว่าความเห็นที่แตกต่างด้านการเมืองเป็นเรื่องปกติ สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่ฝ่ายการเมืองได้พยายามใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าไปขัดขวางการแสดงความคิดเห็น
ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าการชุมนุมชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นการปฏิบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการแสดงออกของประชาชน ซึ่งโดยหน้าที่แล้ว นายกฯ ในฐานะประธาน สมช. ไม่เคยเรียกประชุม สมช. เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมานายกฯ สนับสนุนให้เกิดการกระทำผิด เช่น การละเมิดสถาบัน การแบ่งแยกดินแดน จึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อความมั่นคงของชาติ
“ดังนั้นพี่น้องข้าราชการนำโดยพรชาติจึงทนไม่ได้ จึงได้ออกแถลงการณ์คัดค้าน จึงขอขอบคุณข้าราชการกลุ่มดังกล่าวที่ลุกมาต่อสู้ และขอประณามพฤติกรรมนายกฯ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย” ถาวร กล่าว
เวลา 20.30 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ พูดไม่จริงหลายประเด็น มีการตัดพ้อต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เลือกปฏิบัติ ที่มีการดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงที่ปลุกปั่นแยกประเทศ แต่กับมวลมหาประชาชนไม่ทำอะไรเลย
“ยิ่งลักษณ์พยายามพูดให้ไขว้เขว เกิดความแตกแยก เหมือนให้เห็นว่าคนเสื้อแดงถูกกระทำ แต่ฝ่าย กปปส.ได้รับการปฏิบัติอย่างดี ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงจากบรรดาแกนนำ นปช.ที่ประกาศอย่างไม่เกรงใจด้วยการทำสงครามกลางเมือง แยกประเทศ เมื่อรัฐบาลและตำรวจทำเฉย ทหารมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงของประเทศ จึงต้องออกมาทำหน้าที่ แทนที่จะตำหนิเขาควรยกย่องทหารด้วยซ้ำไป” สุเทพ กล่าว
สุเทพได้นำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยเพียรพยายามส่งเรื่องให้วินิจฉัยว่าการชุมนุมของมวลมหาประชาชนเป็นการชุมนุมทำลายระบอบประชาธิปไตย แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยหลายครั้งว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความสงบและกระทำการต่อต้านรัฐบาลตามสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยที่ลุกขึ้นต่อสู้ได้ ดังนั้นการที่ยิ่งลักษณ์จะไปต่อว่า ผบ.ทบ.ลำเอียงเลือกปฏิบัติได้อย่างไร ก็ในเมื่อมวลมหาประชาชนชุมนุมตามกรอบรัฐธรรมนูญ แตกต่างกับฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลที่ไปชุมนุมที่โคราชปลุกระดมให้ยิ่งลักษณ์ไม่ยอมรับ ป.ป.ช. และข่มขู่จะไปปิดองค์กรอิสระทั้งหลาย ซึ่งเป็นความผิด
“มีการยุยงให้ตั้งกองกำลังแยกประเทศ อย่างนี้มันผิดแหงๆ อยู่แล้ว ไม่มีกฎหมายฉบับไหนอนุญาตให้แยกประเทศไทย เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแยกไม่ได้” สุเทพ กล่าว
ขณะที่รัฐบาลพยายามชี้แจงนานาชาติให้เห็นว่ามีขบวนการประชาชนสมคบคิดองค์กรอิสระล้มล้างรัฐบาล
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเชิญทูตของทุกประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทยมาชี้แจงสถานการณ์ที่กลุ่ม กปปส. มีแนวโน้มที่จะใช้กระบวนการขององค์กรอิสระ กระบวนการอยุติธรรม ข้อบกพร่องและการตะแบงทางข้อกฎหมาย มีขบวนการร่วมกันเป็นทีมล้มรัฐบาลเพื่อให้ต่างชาติได้เข้าใจถึงสถานการณ์
“ผมจะทำหนังสือถึงบันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้ทราบวิวัฒนาการในทิศทางนี้ด้วย สังคมโลกควรจะได้รับรู้ว่ามีกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นในไทย ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างให้ประเทศอื่นนำไปใช้ โดยจะดำเนินการในเร็วๆ นี้” สุรพงษ์ กล่าว
อีกด้านกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. เคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตประเทศต่างๆ เพื่อยื่นหนังสือรายงานความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และขอความร่วมมือในการไม่ให้สถานที่พักพิงแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวม 8 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อังกฤษ สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ รัสเซีย และฝรั่งเศส
แถลงการณ์มีสาระสำคัญว่า ในโอกาสครบรอบ 4 ปีของการลุกขึ้นต่อต้านระบอบทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จากการรวมตัวของคน 23 ล้านคนในการสนับสนุนประชาธิปไตย แต่ยังพบว่าเหล่านักการทูตและผู้สื่อข่าวยังมีความเข้าใจผิดในหลายประการ ด้วยเหตุนี้จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกัน
แถลงการณ์ยังระบุว่า ประเทศไทยแม้จะมีการเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่การเลือกตั้งที่สมบูรณ์อย่างเช่นประเทศอื่น เพราะไทยต้องเผชิญกับรัฐบาลทักษิณและยิ่งลักษณ์ ที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงโดยการใช้ญาติมิตร พวกพ้องแทรกซึมไปยังหน่วยงานต่างๆ จนไปถึงศาลและองค์กรอิสระที่เป็นหน่วยตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนขบวนมวลชนไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานทูตไม่อนุญาตให้เข้าไปยื่นหนังสือเช่นสถานทูตอื่นๆ อุทัยจึงฉีกแถลงการณ์ทิ้ง พร้อมอ้างว่าการกระทำของสถานทูตสหรัฐไม่ให้เกียรติคนไทย แสดงให้เห็นว่าเลือกที่จะรับใช้ระบอบทักษิณและรัฐบาลชุดนี้
นิติธร กล่าวว่า หากเมื่อใดที่เสร็จกิจกรรมอื่นแล้ว คปท.จะนำรูปปั้นเทพีเสรีภาพใส่โลงศพมาวางไว้หน้าสถานทูตเพื่อแสดงสัญลักษณ์ เพราะถือว่าเสรีภาพของสหรัฐได้สิ้นสุดลงแล้ว







