
ธาริตย้ำสาธิตฝ่าฝืนพรก.ต้องเนรเทศ
ธาริตยืนยัน "สาธิต" ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน นำมวลชนปิดล้อมกรมการบินพลเรือน ต้องเนรเทศ ชี้ขั้นตอนดำเนินเป็นหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ธาริตยืนยัน "สาธิต" ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน นำมวลชนปิดล้อมกรมการบินพลเรือน ต้องเนรเทศ ชี้ขั้นตอนดำเนินเป็นหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ กรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เปิดเผยว่าที่ประชุม ศรส.ขอชี้แจงกรณีนายสาธิต เซกัล หนึ่งในแกนนำ กปปส. ซึ่งมีพฤติการณ์รับฟังได้ว่า เป็นผู้สนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากนายสาธิต เป็นคนต่างด้าว สัญชาติอินเดีย ได้รับอนุญาตให้มี ถิ่นพำนักได้ในประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมาย นายสาธิตฯ จะต้องงดเว้นไม่กระทำความผิดใด ๆ ที่กระทบต่อความมั่นคง แต่นายสาธิต ได้เข้าร่วมเป็นแกนนำหลักของ กปปส. ขึ้นเวทีอภิปราย ปลุกระดม ยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายบ้านเมือง นำมวลชนไปปิดล้อมบุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง แม้เมื่อประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว ก็ยังนำมวลชนไปปิดล้อมกรมการบินพลเรือน นายสาธิต จึงเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วมีมติเห็นควรเพิกถอนการอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรของนายสาธิตฯ ตามมาตรา 53 ประกอบกับมาตรา 12(7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งบัดนี้ผู้อำนวยการ ศรส. ได้ลงนามเห็นชอบตามมติคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว โดยอาศัยอำนาจในการอนุญาต อนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองฯ ที่โอนมาเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีตามประกาศเรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 23 ม.ค. และนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการ ศรส. ในฐานะผู้กำกับการปฏิบัติงานเป็นผู้ใช้อำนาจตามประกาศดังกล่าว
สำหรับการดำเนินการให้นายสาธิต ออกไปนอกราชอาณาจักรก็เป็นเรื่องที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป







