posttoday
สหรัฐปรับเท่าทีต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์?

สหรัฐปรับเท่าทีต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์?

06 มีนาคม 2557

เมื่อคนไทยมีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งนับล้านๆ คน คัดค้านการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. 2557 เพราะต้องการให้มีการปฏิรูปก่อน บรรดาฝรั่งนักประชาธิปไตยในยุโรปและอเมริกาต่างออกมาโจมตีขบวนการประชาชนไทยว่า ทำให้ประชาธิปไตยไทยถอยหลัง ไม่เว้นแม้แต่คนเกาหลีหุ่นเชิดของอเมริกัน เช่น บันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ ก็ยังออกมากล่าวหาว่า “การที่ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอมมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งและขัดขวางการเลือกตั้งเป็นการกัดกร่อนกระบวนการประชาธิปไตย ขัดขวางสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยของคนไทยเป็นเรื่องที่ไม่สามารถอภัยกันได้” ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน วอชิงตันได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งในประเทศไทย โดยกล่าวหาว่า “พวกที่ค้านการเลือกตั้งทำให้ประเทศไทยถอยห่างจากความเป็นประชาธิปไตย” และพยายามทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า ประชาชนไทยออกมาขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มาจากการเลือกตั้งได้อย่างไร นัยหนึ่ง อเมริกามองว่า ถ้ารัฐบาลไหนในโลกที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนมาชุมนุมขับไล่ไม่ได้ หากทำก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

เมื่อคนไทยมีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งนับล้านๆ คน คัดค้านการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. 2557 เพราะต้องการให้มีการปฏิรูปก่อน บรรดาฝรั่งนักประชาธิปไตยในยุโรปและอเมริกาต่างออกมาโจมตีขบวนการประชาชนไทยว่า ทำให้ประชาธิปไตยไทยถอยหลัง ไม่เว้นแม้แต่คนเกาหลีหุ่นเชิดของอเมริกัน เช่น บันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ ก็ยังออกมากล่าวหาว่า “การที่ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอมมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งและขัดขวางการเลือกตั้งเป็นการกัดกร่อนกระบวนการประชาธิปไตย ขัดขวางสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยของคนไทยเป็นเรื่องที่ไม่สามารถอภัยกันได้” ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน วอชิงตันได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งในประเทศไทย โดยกล่าวหาว่า “พวกที่ค้านการเลือกตั้งทำให้ประเทศไทยถอยห่างจากความเป็นประชาธิปไตย” และพยายามทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า ประชาชนไทยออกมาขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มาจากการเลือกตั้งได้อย่างไร นัยหนึ่ง อเมริกามองว่า ถ้ารัฐบาลไหนในโลกที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนมาชุมนุมขับไล่ไม่ได้ หากทำก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

อย่างไรก็ดี สหรัฐถูกวิพากษ์วิจารณ์จากชาวโลกว่า “สองมาตรฐาน” รัฐบาลประธานาธิบดียานูโควิชแห่งยูเครนก็มาจากการเลือกตั้ง ทำไมสหรัฐจึงหนุนชาวยูเครนให้โค่นล้มรัฐบาลยานูโควิช ก่อนหน้านั้น สหรัฐก็หนุนประชาชนและทหารอียิปต์ให้โค่นล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีมอร์ซีที่มาจากการเลือกตั้ง สนับสนุนประชาชนเวเนซุเอลาให้โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกเหมือนกัน ส่วนในไทยนั้น สหรัฐกลับหนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งและกล่าวหาขบวนการประชาชนไทยว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ตกลงอเมริกันจะเอายังไงกันแน่

ในที่สุด จอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกันคงอึดอัดใจเต็มทีที่โดนประชาชนในประเทศประชาธิปไตยใหม่ทั้งหลายวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง จึงได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับประชาธิปไตยและการต่อสู้ของขบวนการประชาชนในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยในระหว่างการพูดคุยหารือกับผู้สื่อข่าวกลุ่มเล็กๆ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพุธที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา นับว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะทัศนะของเขาหลายอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของไทย เขาคงเฉลียวใจว่าทำไมในช่วง 12 ปีนี้ ประชาชนจึงลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาก ในที่สุด เขาก็ได้ข้อสรุปว่า “ประชาธิปไตยหาได้จำกัดนิยามที่การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว เราอาจจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าไม่มีการปฏิรูปสถาบันประชาธิปไตยที่จะให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ก็เกิดการคอร์รัปชั่นใหญ่โต การเล่นพรรคเล่นพวกมากมาย การบิดเบือนกระบวนการประชาธิปไตยอย่างมโหฬาร” เขาเรียกรัฐบาลยานูโควิชแห่งยูเครนว่าเป็น “รัฐบาลโจราธิปไตย เพราะไม่มีผู้แทนที่แท้จริง ไม่ให้เสียงแก่ฝ่ายค้าน ไม่มีเจตนารับฟังเสียงของฝ่ายค้าน” ซึ่งเขาคงต้องการบอกว่า นั่นคือความชอบธรรมที่ประชาชนยูเครนลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาลยานูโควิช เขาสรุปว่า “ช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ขบวนการประชาชนได้เคลื่อนที่เร็วมากจนเกินกว่าผู้นำทางการเมืองจะรู้ตัวหรือสามารถรับมือได้ทัน”

สิ่งที่แคร์รี่พูด ทำไมช่างเหมือนกับสถานการณ์ในเมืองไทยไม่มีผิด แล้วอย่างนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลโจราธิปไตยหรือเปล่า รัฐบาลไทยปกครองโดยผู้นำโจรที่ไม่ฟังเสียงฝ่ายค้านหรือเปล่า จนทำให้ประชาชนทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาล

แม้ว่ารัฐบาลอเมริกันไม่มีมาตรฐานแน่นอน โดยพิจารณาแต่ละกรณีไปว่าประโยชน์ของตนอยู่ที่รัฐบาลหรือประชาชนแล้วจึงตัดสินใจ แต่ จอห์น แคร์รี่ คงเริ่มตระหนักขึ้นมาบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มาจากการเลือกตั้งปราบปรามประชาชนที่ใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นเสรีภาพซึ่งได้รับการยอมรับเป็นสากล จนมีเด็กตาย 4 คน จุดนี้อาจทำให้ฝรั่งคนนี้ที่เป็นทั้งพ่อและปู่เริ่มรู้สึกถึงความรุนแรงทางการเมือง และเรียกร้องให้หยุดใช้ความรุนแรง หันมาอดทนอดกลั้นและเคารพกฎหมายกันมากยิ่งขึ้น และย้ำว่าต้องจับผู้ร้ายก่อความรุนแรงมาลงโทษให้ได้

จอห์น แคร์รี่ จะรู้หรือไม่ว่า “ความรุนแรงทางการเมือง” ในไทยจนทำให้มีคนตายไปแล้ว 23 คน บาดเจ็บ 734 คน ที่ยังต้องนอนโรงพยาบาลจนถึงขณะนี้อีก 20 คน ทำให้เกิดพ่อม่าย หญิงม่าย ลูกกำพร้าอีกมากมายนั้น ทั้งหมดริเริ่มโดยคนของรัฐบาลทั้งนั้นไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมที่กระทำต่อผู้ชุมนุม คนที่เห็นต่างทางการเมือง รวมทั้งสื่อมวลชน สิ่งเหล่านี้คงตรงกับที่แคร์รี่พูดว่า “เป็นการใช้กลยุทธ์ที่บั่นทอนค่านิยมและกระบวนการประชาธิปไตย” แคร์รี่จะรู้หรือไม่ว่า ในเมืองไทย หลักการและเสาหลักประชาธิปไตยถูกรัฐบาลทำลายโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความอดทนอดกลั้นทางการเมือง การเคารพต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การใช้กฎหมายบนหลักนิติธรรม ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และความรับผิดชอบ แม้แต่การเลือกตั้งก็ยังเต็มไปด้วยการโกงในทุกรูปแบบ รัฐบาลไทยเป็นรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬาร หากแคร์รี่ทราบก็คงจะเรียกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่าเป็น “รัฐบาลโจราธิปไตย” แบบรัฐบาลยานูโควิช ประชาธิปไตยไทยมีดีอย่างเดียวก็คือ ภาคประชาสังคมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

แม้ จอห์น แคร์รี่ พยายามออกตัวว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และย้ำว่า “การเมืองไทยเป็นเรื่องภายในชาติที่คนไทยต้องแก้ไขปัญหากันเอง” แต่ก็ยังมีคนเช่น สุรพงษ์ “ปึ้ง” โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีต่างประเทศที่พยายามดึงบันคีมูนเข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ทั้งที่ปลัดกระทรวงเสนอแนะว่าไม่ควรทำ แต่รัฐมนตรีก็ไม่ฟัง ในที่สุด กลุ่ม “บัวแก้วเสรี” อันเป็นการรวมตัวกันของอดีตข้าราชการผู้ใหญ่กระทรวงต่างประเทศทนไม่ไหวต้องออกมาคัดค้านพฤติกรรม “ชักศึกเข้าบ้าน” ของรัฐมนตรีคนนี้ แม้แต่จีนเองยังออกปากว่า รัฐบาลไทยกำลังยืมมือต่างชาติมาเล่นงานขบวนการประชาชน

สหรัฐพยายามหาทางลงให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างนิ่มนวล เพราะคงจะรู้แล้วว่า นอกจากเจอแรงกดดันของขบวนการประชาชนแล้ว นางยังมีคดีรออยู่ที่ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองอีก 12 คดี ซึ่งคงไม่รอดแน่ๆ เวลานี้สหรัฐกำลังปรับตัวเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนไว้หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ก็อยากให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกเพราะพูดง่าย

ทูตอเมริกันตัวแสบยังคงอยู่ในไทย มีการพูดกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ว่า นางเป็น “ทูตประจำครอบครัวทักษิณ” มากกว่าเป็นทูตประจำประเทศไทย เมื่อนางถูกย้ายมาประจำไทยก็เพื่อให้ประกบกับยิ่งลักษณ์ ผู้นำหญิงของไทยเป็นการเฉพาะ รัฐบาลอเมริกันอาจรอเปลี่ยนทูตคนใหม่เมื่อไทยมีรัฐบาลใหม่ก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท