posttoday
อเหนาฉวยโอกาสไทยวุ่นวาย เร่งดึงญี่ปุ่นลงทุน

อเหนาฉวยโอกาสไทยวุ่นวาย เร่งดึงญี่ปุ่นลงทุน

06 มีนาคม 2557

ภาวะความวุ่นวายของการเมืองไทยที่ยืดเยื้อในปัจจุบัน กำลังสร้างประโยชน์ให้กับประเทศเพื่อนบ้านโดยที่คนไทยไม่รู้ตัว องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) เปิดเผยว่า บริษัทญี่ปุ่นเริ่มหันไปลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ในอินโดนีเซียมากขึ้น เนื่องจากความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น

ภาวะความวุ่นวายของการเมืองไทยที่ยืดเยื้อในปัจจุบัน กำลังสร้างประโยชน์ให้กับประเทศเพื่อนบ้านโดยที่คนไทยไม่รู้ตัว องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) เปิดเผยว่า บริษัทญี่ปุ่นเริ่มหันไปลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ในอินโดนีเซียมากขึ้น เนื่องจากความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น

บลูมเบิร์ก รายงานว่า อินโดนีเซียใช้โอกาสที่ไทยกำลังมีปัญหาภายใน ชักชวนนักลงทุนทั้งยุโรปและญี่ปุ่นให้เข้าไปลงทุนทำธุรกิจในอินโดนีเซีย โดย มหิทรา สีเรการ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานการลงทุนของอินโดนีเซีย ระบุว่า มีแผนที่จะเดินทางเยือนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ และยุโรป เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทั่วโลกได้รู้จักนิคมอุตสาหกรรมใหม่ในเขตภาคกลางและตะวันออกของเกาะชวา

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติกำลังให้ความสนใจลงทุนในแดนอิเหนาอย่างมาก เนื่องจากมองว่าอินโดนีเซียมีเสถียรภาพทางการเมืองและค่าใช้จ่ายในการลงทุนต่ำกว่าเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังมีตลาดขนาดใหญ่ โดยมีประชากรสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

“อินโดนีเซียมักจะมีความไม่มั่นคงทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งเสมอ ทว่า หลายฝ่ายยังมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทย” เวลเลียน วิรันโด นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารจีนโพ้นทะเล (โอซีบีซี) กล่าวพร้อมเสริมว่า อินโดนีเซียมีทั้งแรงงานจำนวนมากและตลาดขนาดใหญ่

ล่าสุด อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีการทำสัญญา เพื่อการพัฒนาธุรกิจกับบริษัทญี่ปุ่นมากที่สุดแซงหน้า จีน และอินเดีย ไปแล้ว

นอกจากนี้ ค่าแรงขั้นต่ำของอินโดนีเซียยังถูกกว่าค่าแรงขั้นต่ำของประเทศเพื่อนบ้านทั้งในมาเลเซียและประเทศไทย ทำให้อินโดนีเซียได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านในการดึงดูดการลงทุน โดยมาเลเซียเพิ่งประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา ที่ 900 ริงกิต (ราว 8,900 บาท) ต่อเดือน ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย อยู่ที่ 2.44 ล้านรูเปียห์ (ราว 6,800 บาท) ต่อเดือน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้บรรดาเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมืองเมดาน เมืองใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซียบนเกาะสุมาตราจะได้รับอานิสงส์ไปด้วย เนื่องจากทำให้มีต้นทุนถูกกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้าน

บริษัท พีที เซกามิ อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในบริษัทญี่ปุ่นที่ตัดสินใจเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย เนื่องจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในประเทศจีนและเมืองเมดานอยู่ไม่ห่างจากบริษัทที่รัฐเกดะห์มากนั้น นอกจากนี้ เมดานเพิ่งเปิดสนามบินนานาชาติไปเมื่อปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เมดานยังเป็นเมืองที่มีปัญหาด้านระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอยู่ โดยมักจะเกิดไฟตกบ่อยๆ นับเป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้นักลงทุนชาวญี่ปุ่นยังคงชะลอการลงทุนในเมดานอยู่

ด้านประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ของอินโดนีเซียผู้จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในปีนี้ ให้สัญญาว่าจะสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานเพิ่ม เพื่อดึงดูดการลงทุนก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท