
ใครผิด ใครถูก ว่ากันตามกฏหมาย
กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย จึงได้ขอให้นักกฎหมายได้ช่วยกันรวบรวมประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนได้รู้ข้อกฎหมายที่แท้จริง จะได้ไม่สับสนและหลงเชื่อใครแล้วไปทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทำให้ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อน ทำผิดกฎหมายต้องถูกลงโทษไม่มีใครช่วยได้
กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย จึงได้ขอให้นักกฎหมายได้ช่วยกันรวบรวมประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนได้รู้ข้อกฎหมายที่แท้จริง จะได้ไม่สับสนและหลงเชื่อใครแล้วไปทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทำให้ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อน ทำผิดกฎหมายต้องถูกลงโทษไม่มีใครช่วยได้
กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงมี ป.อาญา เป็นแม่บท ห้ามทำการที่เป็นภัยต่อประเทศด้านความมั่นคง แบ่งเป็นความมั่นคงภายในและภายนอกประเทศ และการก่อการร้าย
การประกาศให้ผู้คนเข้าร่วมกันทำการเพื่อแบ่งแยกประเทศ ผิด ม.113 114 116 119 135/1 135/2
การยุยงให้ทหาร ตำรวจ ไม่ทำหน้าที่ ผิด ม.115
ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร
ห้ามผู้ใดใช้กำลังหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีความต้องการ เพื่อวัตถุประสงค์ในการล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการ หรือให้ใช้อำนาจทั้ง 3 ไม่ได้ หรือเพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักร หรือเพื่อยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร เป็นความผิดฐานกบฏ มีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต (มาตรา 113)
ความผิดฐานกบฏ แม้เพียงสะสมกำลังพลหรืออาวุธ หรือเพียงเตรียมการใด หรือสมคบกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกบฏ หรือทำความผิดใดที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของแผนการเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงประชาชนให้เป็นกบฏ หรือแม้เพียงรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏ แล้วทำการใดที่เป็นการช่วยปกปิดไว้ ก็มีความผิด โทษจำคุกตั้งแต่ 3–15 ปี (มาตรา 114)
กรณียุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ ให้ละเลยไม่ทำตามหน้าที่ หรือให้ก่อการกำเริบ ก็มีความผิดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ถ้ายุยงเพื่อมุ่งบ่อนทำลายวินัยและสมรรถภาพของกรมกองทหารหรือตำรวจให้เสื่อมทรามลง มีความผิดจำคุกไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 115)
การทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ไม่ว่าด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่น (ที่ไม่ใช่เป็นการกระทำภายในกรอบความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต) เพื่อ
ท มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย
ท ให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
ท ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน
มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี (มาตรา 116)
ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร
ห้ามผู้ใดทำการเพื่อให้ทั้งประเทศ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐอื่น หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสีย มีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต (มาตรา 119)
ห้ามผู้ใดคบคิดกับบุคคลซึ่งกระทำการเพื่อประโยชน์ของรัฐต่างประเทศ ด้วยความประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการรบต่อประเทศไทย หรือในทางอื่นที่เป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย โทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 1020 ปี (มาตรา 120)
ห้ามคนไทยทำการรบต่อประเทศไทย หรือเข้าร่วมเป็นข้าศึกของประเทศ โทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต (มาตรา 121)
กรณีทำการใดเพื่ออุปการะแก่การรบหรือการตระเตรียมการรบของข้าศึก มีโทษจำคุกตั้งแต่ 515 ปี ถ้าการอุปการะนั้นเป็นการทำให้ป้อม ค่าย สนามบิน ยานพาหนะ ทางคมนาคม ยุทธภัณฑ์ สำหรับใช้เพื่อการสงครามเสียหายใช้การไม่ได้ หรือตกไปอยู่ในเงื้อมมือของข้าศึก หรือทำการยุยงทหารให้ละเลยไม่กระทำตามหน้าที่ ก่อการกำเริบหนีราชการหรือละเมิดวินัย หรือกระทำจารกรรม นำหรือแนะทางให้ข้าศึก หรือกระทำการใดให้ข้าศึกได้เปรียบในการรบ โทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต (มาตรา 122)
ผู้ใดกระทำการเพื่อให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ถ้าเหตุร้ายเกิดขึ้นจริง โทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 220 ปี (มาตรา 127)
ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร แม้เพียงขั้นเตรียมการ หรือพยายามทำ ก็เป็นความผิด มีโทษเหมือนความผิดที่ทำสำเร็จแล้ว (มาตรา 128) หรือแม้เพียงเป็นผู้สนับสนุน ก็ต้องรับโทษเหมือนตัวการ (มาตรา 129)
ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย
ห้ามผู้ใดทำผิดอาญาต่อไปนี้
(1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ
(2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ
(3) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ
โดยมีความมุ่งหมายเพื่อ
ขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือ
เพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน
เป็นความผิดฐานก่อการร้าย โทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 320 ปี และปรับตั้งแต่ 60,0001,000,000 บาท
มีข้อยกเว้น คือ ถ้าเป็นการกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย (มาตรา 135/1)
การขู่ว่าจะกระทำการก่อการร้าย โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าจะทำการตามที่ขู่จริง หรือได้สะสมกำลังพล/อาวุธ จัดหา/รวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย เตรียมการใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือทำความผิดใดอันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีผู้จะก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ก็เป็นความผิดมีโทษจำคุกตั้งแต่ 210 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000200,000 บาท มาตรา 135/2
ผู้สนับสนุนการทำผิดฐานก่อการร้ายหรือเกี่ยวกับการก่อการร้าย ต้องรับโทษเช่นเดียวกับตัวการ มาตรา 135/3
การกระทำหรือกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ไม่ต้องเถียงกันว่าใครผิดใครถูก บ้านเมืองอยู่ได้กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ใครทำดีก็มีกฎหมายคุ้มครอง ผู้รักษากฎหมายหากละเว้นหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย หรือมีเจตนาช่วยเหลือผู้กระทำความผิด สุดท้ายก็ต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาตามกฎหมาย มาตรา 157
ความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงนั้น เพียงแค่วางแผน เตรียมการ สมคบ ยุยง ข่มขู่ สนับสนุน เป็นต้น แม้จะด้วยวิธีการใดก็ตาม ถึงยังไม่ได้ลงมือทำก็มีความผิดตามกฎหมายแล้ว หากทำไปแล้วยิ่งมีโทษหนักถึงประหาร







