
หลักฐานมัดแดงกบฏ
นปช.แก้ตัวไม่มีความคิดแยกประเทศ ตั้งกองกำลังติดอาวุธ ยันไม่ใช่นโยบาย โยน กปปส.ใช้วิธีบิดเบือนกล่าวหา
นปช.แก้ตัวไม่มีความคิดแยกประเทศ ตั้งกองกำลังติดอาวุธ ยันไม่ใช่นโยบาย โยน กปปส.ใช้วิธีบิดเบือนกล่าวหา
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แถลงว่า การที่ ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงการณ์ว่า นปช.ไม่มีส่วนร่วมเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ทั้งหมดถือเป็นเรื่องโกหก บิดเบือนข้อมูล เพราะมีหลักฐานชัดเจนจนไม่สามารถปฏิเสธได้ คือ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ ได้โพกผ้าโดยระบุข้อความ สปป. ซึ่งหมายถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตย เพราะหากเป็นสมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา จะใช้ตัวย่อคำว่า สปล.
นอกจากนี้ กรณีแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เคยให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ชัดเจนว่า แนวทางการแบ่งแยกดินแดน มีการพูดคุยกว่า 6 เดือน และมีความเป็นไปได้สูง โดยจะแบ่งแยกการปกครองในลักษณะจีน ฮ่องกง พร้อมระบุว่า มีประชาชน 80% จาก 8 จังหวัดภาคเหนือเห็นด้วยกับเรื่องนี้ และภายหลังแกนนำกลุ่มเชียงใหม่ถูกแจ้งความกลับปฏิเสธพร้อมโทษว่าเป็นการสื่อสารผิดของสื่อมวลชน และการปราศรัยเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ของคนเสื้อแดง ซึ่งมีแกนนำ จ.แพร่ 2 คน เสนอเนื้อหาในเรื่องการแบ่งแยกดินแดนเช่นกัน
ด้าน ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช.คนเสื้อแดง ได้แถลงการณ์ในนามกลุ่ม นปช.ยืนยันว่า กลุ่ม นปช.ไม่สนับสนุนการแบ่งแยกประเทศและไม่สนับสนุนการตั้งกองกำลังติดอาวุธ โดยให้เหตุผลว่า คำว่า สปป.ล้านนา มาจากคำว่า “สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา” อันหมายถึงกลุ่มคนที่ปกป้องประชาธิปไตยล้านนา คือ กลุ่มคนที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและสนับสนุนการเลือกตั้ง แต่ กปปส.และคณะจงใจสื่อความหมายให้ผิดไปจากที่ควรจะเป็น
ธิดา ระบุว่า อาจมีประชาชนบางคนแสดงความรู้สึกที่ขมขื่นจากการกระทำขององค์กรอิสระ กองทัพ และขบวนการระบอบอำมาตย์ จึงมีคำพูดประชดประชัน แต่ไม่ได้หมายถึง “การจัดตั้งขบวนเพื่อการแยกประเทศ” นอกจากนี้ นปช.ยังไม่เห็นด้วยกับการใช้กองกำลังติดอาวุธ
อย่างไรก็ตาม สุทิน คลังแสง ที่ปรึกษาสหพันธ์อีสานล้านนา อดีต สส.มหาสารคาม พรรคไทยรักไทย หนึ่งในผู้นำตั้ง “สหพันธ์อีสานล้านนา” ยอมรับกับโพสต์ทูเดย์ว่า แนวคิดการก่อตั้งมาจากความรู้สึกเห็นพ้องร่วมกันของคนเหนือและคนอีสานว่า เสียงของพวกเขา ไม่ได้รับความสำคัญจากคนกรุงเทพฯ มากพอ เพราะรัฐบาลที่คนทั้งสองภาคเลือกไปถูกกระหน่ำโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกันเสียงของพวกเขาก็ถูกมองว่าเป็นเสียงที่ถูกพรรคเพื่อไทยซื้อและถูกดูถูกเหยียดหยาม กระทบศักดิ์ศรีความเป็นคนทุกวัน จึงต้องรวมตัวกันต่อสู้อีกครั้ง
“คนที่เข้าร่วมไม่ได้เป็นคนเสื้อแดงทุกคน แต่เป้าหมายทั้งหมดตรงกันว่าถ้าไม่ผูกมิตร เคลื่อนไหวทั้งสองภูมิภาคไปพร้อมๆ กันให้ใกล้ชิดขึ้น ก็จะทำให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ และคนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่ง เลิกดูถูกพวกเรา และให้ความเคารพเสียงของพวกเราบ้าง” สุทิน ระบุ
สุทิน บอกอีกว่า ไม่ได้รวมตัวกันต่อสู้เพื่อแบ่งแยกประเทศ แต่ยอมรับว่าความคิดแยกประเทศมีอยู่มากในหลายพื้นที่และกำลังขยายตัวมากขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม หากจะแบ่งแยกประเทศนั้นไม่ง่าย เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 1 เขียนชัดว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้” แต่ถ้ายังดูหมิ่น เหยียดหยาม และไม่เคารพความเป็นคนต่อไปเรื่อยๆ ก็อาจจะเสนอในกรอบกฎหมายให้แบ่งเป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ ก็อาจง่ายกว่า
“หากไม่อยากให้แนวคิดนี้ขยายตัว คุณก็ต้องมองเห็นคนอื่นบ้าง และให้กระบวนการยุติธรรมเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ไม่ใช่เลือกข้างถล่มแต่ฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว” อดีต สส.มหาสารคาม ระบุ
ขณะที่ สงวน พงษ์มณี อดีต สส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดที่บอกว่า สปป.ล้านนา คือ ความพยายามในการแยกประเทศเป็นเรื่องเลอะเทอะ เพราะแนวร่วม สปป. อันหมายถึง “สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย” มีอยู่ทั่วประเทศ และหลายจังหวัดก็มีแบบเดียวกัน ทำไมสื่อมวลชน และฝ่าย กปปส.จึงไม่ให้ความสนใจ
อดีต สส.ลำพูน ยังยอมรับว่า เมื่อกระบวนการยุติธรรมและทหารเลือกข้างฝ่ายสุเทพ ยิ่งทำให้คนเหนือและอีสานไม่อยากอยู่ด้วยกัน และเห็นต่างกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่นิ่งเฉย เมื่อ สุเทพ และ กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้ง พร้อมทั้งมีข้อหากบฏติดตัว เดินขบวนปิดสถานที่ราชการ หรือประกาศจับตัวนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังนำกำลังทหารเข้าไปตั้งบังเกอร์รอบพื้นที่ชุมนุมกว่า 176 จุด แต่เมื่อคนเสื้อแดงแสดงความคิดเห็นเรื่องแยกประเทศผ่านสื่อบางฉบับ ซึ่งฟังไม่เข้าใจ กลับแจ้งจับทันที
“หากจะเกิดสงครามกลางเมือง แยกประเทศกันจริงๆ ก็เพราะคนเหล่านี้ตอกย้ำให้แนวคิดของประชาชนขยายเป็นวงกว้าง วันนี้ต้องตั้งคำถามไปยังผู้นำเหล่าทัพเช่นเดียวกันว่า ต้องการเลือกข้างสุเทพใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นแนวคิดแยกประเทศก็จะขยายตัวออกไปเรื่อยๆ” สงวน ระบุ
วันเดียวกันเครือข่ายโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่ภาพป้ายผ้าไวนิลสีแดงถูกแขวนอยู่บนสะพานลอยย่านอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตบางเขน ใกล้สนามบินดอนเมือง มีใจความว่า “อยู่กันด้วยความสามัคคีไม่ได้...ก็แบ่งแยกกันอยู่... โดยมีตัวหนังสือสีขาวเขียนว่า “มึงกับกู...แยกแผ่นดินกันเลย... ลงชื่อ โกตี๋ เรดการ์ด และรูปถ่ายโกตี๋ หรือวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี อยู่บนป้ายไวนิลนั้นด้วย
ทั้งนี้ ป้ายข้อความแบ่งแยกดินแดนดังกล่าว ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ถูกนำมาติดไว้บนพื้นที่กรุงเทพฯ







