posttoday
ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความกปปส.ชุมนุมไม่สงบ

ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความกปปส.ชุมนุมไม่สงบ

05 มีนาคม 2557

ธาริต เผย ศรส.ยื่นศาลรธน.ตีความ กปปส.ชุมนุมไม่สงบขัดม. 68 พร้อมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่ง 6 มี.ค. ย้ำไม่คิดฟ้องเอาเรื่อง แกนนำ กปปส.บุกบ้าน

ธาริต เผย ศรส.ยื่นศาลรธน.ตีความ กปปส.ชุมนุมไม่สงบขัดม. 68  พร้อมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่ง 6 มี.ค. ย้ำไม่คิดฟ้องเอาเรื่อง แกนนำ กปปส.บุกบ้าน

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. เปิดเผยว่าบ่ายวันนี้ 5 มี.ค.นี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.แรงงานในฐานะ ผู้อำนวยการ ศรส.ได้ลงนามคำร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  เพื่อขอให้วินิจฉัยว่า การชุมนุมของ กปปส.เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ซึ่งในเรื่องนี้เคยมีผู้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหลายครั้งแล้ว  แต่ ศรส.เห็นว่าการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะการกระทำผิดต่าง ๆ ของแกนนำ กปปส. อย่างต่อเนื่องและต่างกรรมต่างวาระ  ตลอดจนพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดแก่ประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความเดือดร้อนของประชาชน ที่จะเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ต้องครบถ้วนสมบูรณ์

คำร้องที่ยื่นในวันนี้จึงมีรายละเอียดดังกล่าวอย่างครบถ้วนถึง 89 แฟ้ม (แฟ้มละประมาณ 300 หน้า)  โดยการยื่นเรื่องต่อ  ศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้  ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง จะเป็นผู้ยื่นทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้อำนวยการ ศรส.และในวันพรุ่งนี้ 6 มี.ค. ทาง ศรส.จะยื่นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งที่ออกข้อกำหนด 9 ข้อ ต่อไปด้วย

"ขอยืนยันว่าการรักษาความปลอดภัยที่บ้านโดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่มีอาวุธครบมือ เป็นเพื่อการักษาความปลอดภัยตนเองในฐานะกรรมการ ศรส.และในทางการข่าวทราบว่าตกเป็นเป้าหมายอาจถูกทำร้าย และจะไม่ดำเนินการใดๆเพื่อเอาผิดต่อแกนนำ กปปส.ที่ไปบุกบ้านพักย่านเมืองเอก ถ.วิภาวดี - รังสิต เมื่อวานนี้ 4 มี.ค." นายธาริต กล่าว

ทั้งนี้ ศรส.ยืนยันว่าเป็นองค์กรพิเศษที่จัดตั้งตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ โดย ศรส.ไม่ใช่คู่กรณีหรือคู่ขัดแย้งกับกลุ่มใด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม กปปส. กลุ่มคัดค้าน กปปส.    กลุ่ม นปช. หรือกลุ่มอื่น  แต่ ศรส.มีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย และบังคับใช้กฎหมายเพื่อนำความสงบสุขกลับสู่สังคมโดยเร็ว  แต่เนื่องจากศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาสั่งห้าม ศรส.ดำเนินการในเรื่องที่เป็นภารกิจหลักอันสำคัญถึง 9 ข้อ  ศรส.จึงอยู่ในสภาพขาดเครื่องมือตามกฎหมายที่จะดำเนินการในมาตรการสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเหตุร้ายและความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวันอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว ศรส.ก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการทำหน้าที่เท่าที่พอจะทำได้ เช่น การแจ้งเตือนประชาชนให้งดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่น ๆ ทุกกลุ่ม การพยายามเจรจาให้มีการเปิดพื้นที่สี่แยกและถนนสาธารณะจากผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม  การดูแลและป้องกันสถานที่ราชการที่ถูกกลุ่ม กปปส.เข้าปิดล้อมให้สามารถเปิดบริการประชาชนตามปกติให้จงได้  และการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิดในทุก ๆ ฐานความผิดที่มีการฝ่าฝืนกฎหมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำผิดด้วยการขัดขวางการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา  อันส่งผลเสียหายจนไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามกำหนดวันที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ได้  เพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำผิดมิให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตที่จะมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นอีก

ทั้งนี้ ศรส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ว่า ได้รับคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ดังนี้

คดีขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 190 คดี  แยกเป็นคดีที่ กปปส.ในกรุงเทพมหานครกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง 51 คดี  และคดีที่ กปปส.ในต่างจังหวัดกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง 139 คดี   และคดีที่เจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 174 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 63 คดี  และคดีที่เกิดในต่างจังหวัดจำนวน 111 คดี  รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 364 คดี  โดยศาลได้ออกหมายจับให้ รวมทั้งสิ้น 163 คน  ได้ตัวมาสอบสวนแล้ว 66 คน  ทั้งนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวนถึง 1,451 คน ซึ่งโทษที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางการเลือกตั้งเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่มีทั้งโทษจำคุกและปรับ รวมถึงการตัดสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี  ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท