
กกต.ชงศาลฯ ล้มเลือกตั้ง
กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเลือกตั้ง 28 เขตภาคใต้ไม่มีผู้สมัครแล้ว ด้านประธาน กกต. รับพ่วงประเด็นวินิจฉัยล้มกระดานเลือกตั้ง 2 ก.พ.ด้วย
กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเลือกตั้ง 28 เขตภาคใต้ไม่มีผู้สมัครแล้ว ด้านประธาน กกต. รับพ่วงประเด็นวินิจฉัยล้มกระดานเลือกตั้ง 2 ก.พ.ด้วย
ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ได้ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาความขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 กรณีรัฐบาลเห็นต่างจาก กกต.ในการแก้ไขปัญหาการจัดเลือกตั้ง สส. 28 เขตเลือกตั้งภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง หลัง กกต.ทั้ง 5 คนได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว โดยได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด 3 ประเด็น คือ 1.การเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร กกต.สามารถอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 มาตรา 236 ดำเนินการออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อรับสมัครเลือกตั้งใหม่ และกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งได้หรือไม่
2.หาก กกต.ไม่มีอำนาจที่จะออกประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตเลือกตั้งได้ การดำเนินการต้องกระทำเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยเฉพาะของนายกรัฐมนตรีที่ต้องนำความกราบบังคมทูลและรับสนองพระบรมราชโองการในการตรา พ.ร.ฎ.ดังกล่าว ตามมาตรา 108 และมาตรา 187 ใช่หรือไม่ และ 3.หากกรณีศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าจะต้องตราเป็น พ.ร.ฎ.เพื่อให้มีการรับสมัครเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตเลือกตั้ง การตรา พ.ร.ฎ.ดังกล่าวจะกำหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่เฉพาะ 28 เขตเลือกตั้ง หรือต้องตรา พ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ในทุกเขตเลือกตั้ง จึงจะชอบด้วยหลักการของการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ที่กำหนดว่าการเลือกตั้งทั่วไปภายหลังการยุบสภาจะต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรหรือไม่
ทั้งนี้ เชื่อว่าทั้งสามประเด็นมีเนื้อหาที่ครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งทั้งหมด และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างไร กกต.ก็พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยและพร้อมที่จะปฏิบัติตาม
ด้าน ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงการที่ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นที่ 3 ที่หากไม่สามารถออก พ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้งเฉพาะ 28 เขตเลือกตั้งได้ เพราะจะกลายเป็นการทำให้มีวันเลือกตั้ง 2 วัน ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรคสอง ดังนั้นจะต้องตราเป็น พ.ร.ฎ. กำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ในทุกเขตเลือกตั้งหรือไม่ ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าต้องออก พ.ร.ฎ.กำหนดให้เลือกตั้งใหม่ครอบคลุมทั้งประเทศก็ต้องยกเลิกการลงคะแนนและการรับสมัคร สส.ของเดิมที่ผ่านมาทั้งหมด แต่คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญคงไม่ตอบ คงมองเป็นเพียงข้อหารือ
ด้าน พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ผู้สมัคร สส.ภาคใต้ ของพรรคทั้งหมดมีมติจะเสนอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งที่ตกค้างหลังถูกขัดขวางใน 28 เขต 8 จังหวัดภาคใต้ มาเลือกตั้งพร้อมกันกับการเลือกตั้ง สว.ในวันที่ 30 มี.ค. โดยวันนี้จะไปยื่นหนังสือให้ กกต.พิจารณา เพราะจะเป็นการประหยัดงบประมาณการเลือกตั้งและสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาเลือกตั้งไม่ต้องเดินทางหลายครั้ง
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้เปิดประชุมสภาและจัดตั้งรัฐบาลใหม่เร็วขึ้น ไม่ใช่มารอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอยู่อย่างนี้ เพราะอำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งโดยตรงอยู่แล้ว
วีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ไม่มีทางอื่นที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้นอกจากจัดให้มีการเลือกตั้ง โดยควรจัดการเลือกตั้งที่ยังค้างอยู่พร้อมกันกับการเลือกตั้ง สว.ในวันที่ 30 มี.ค. 2557 ไปพร้อมๆ กัน เพราะถ้าไม่เลือกตั้งในวันที่ 30 มี.ค. 2557 แล้วจะเลยไปอีกกี่วันมันจะสูญเปล่า
วันเดียวกัน ตัวแทนพรรคเพื่อไทย นำโดย สุนัยจุลพงศธร เข้าพบ นิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อหารือถึงการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก และขอใช้ห้องประชุมรัฐสภาจัดเวทีเสวนา “เปิดสภาเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” ในวันที่ 8 มี.ค. เน้นเรื่องกระบวนการยุติธรรม โดยเชิญว่าที่ สส.จากพรรคการเมืองต่างๆ นักวิชาการ รวมถึง สถิตย์ ไพเราะ อดีตรองประธานศาลฎีกา เข้าร่วมด้วย
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค กล่าวว่า รัฐบาลและ กกต.ต้องหาทางออกเพื่อให้มี สส.ครบตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดประชุมรัฐสภานัดแรกโดยเร็ว เพราะถ้าไม่มีความชัดเจนก็จะยิ่งสร้างปัญหาซับซ้อนในการกระทำผิดรัฐธรรมนูญมากยิ่งขึ้น ดังนั้น กกต.ควรตั้งคำถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งหลายวันที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 นี้ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงอำนาจของ ครม.รักษาการ เพราะเป็นหน้าที่ของนายกฯ และ กกต.ต้องให้มีการวินิจฉัยเพื่อให้ได้ข้อสรุป ไม่เช่นนั้นประชาชนทั้งประเทศจะเป็นผู้รับกรรม ทั้งภาคธุรกิจและเอกชน ตลอดจนภาคเกษตรกรรม เพราะในขณะนี้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ อาจกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่สามารถออก พ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภาได้







