posttoday
"โคทม" ชี้ช่องเจรจา

"โคทม" ชี้ช่องเจรจา

05 มีนาคม 2557

แม้ว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะยืนยันว่าการยุบเวทีเหลือเพียง “สวนลุมพินี”

โดย...ทีมข่าวการเมือง

แม้ว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะยืนยันว่าการยุบเวทีเหลือเพียง “สวนลุมพินี” แห่งเดียวเป็นไปเพื่อการ “ปรับทัพ” เท่านั้น แต่ทว่าหลายฝ่ายเริ่มมีความหวัง ด้วยบรรยากาศเช่นนี้โต๊ะเจรจาอาจจะเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ดี เงื่อนไขการต่อรองย่อมผูกติดมากับการตั้งโต๊ะเจรจา ดังนั้นหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยืนกรานเรียกร้องความต้องการชนิดไม่ลดราวาศอก หรือ“ปักธง” ไว้ แน่นอนว่าการเจรจาจะย่อยยับล้มเหลวไม่เหลือชิ้นดี

โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติวิธีและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า ผู้เข้าร่วมการเจรจาทั้งสองฝ่ายต่างต้องเข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย เรียกว่าต้องรู้จัก “เส้นขาดตัว” ของคู่เจรจา คือไม่สามารถจะต่อรองเข้าไปมากกว่านั้นได้ ที่สำคัญต้องยอมรับว่าการเจรจาต้องมีทั้งเป็นผู้ให้และเป็นผู้รับ

“ตรงนี้ถือเป็นโหมดความร่วมมือ ดังนั้นคุณต้องเป็นทั้งคนให้และคนที่จะได้รับกลับมา ถ้าคุณเสนอไป 1 2 3 4 5 คุณอาจจะได้รับแค่ 1 2 3 ส่วน 4 5 อาจจะไม่ได้รับ ในขณะเดียวกันคุณอาจจะต้องรับ 6 7 8 ตามที่คู่เจรจาเสนอมาด้วย” โคทม ระบุ

โคทม บอกอีกว่า การเจรจาไม่มีสูตรสำเร็จหรือโมเดลตายตัว อาจจะเริ่มจากให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ สุเทพ แถลงจุดยืนของฝ่ายตัวเองผ่านโทรทัศน์ จากนั้นผู้นำทั้งสองฝ่าย คือ ยิ่งลักษณ์ และ สุเทพ อาจจะมาพบกันตอนเปิดการเจรจา เพื่อรับหลักการว่าจะร่วมกันเจรจา แต่การพบกันครั้งนี้ไม่ใช่การพูดคุยเพื่อหาข้อสรุป เป็นเพียงการสร้างบรรยากาศอีกเช่นกัน

เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นของการเจรจา แต่ละฝ่ายอาจจะตั้งทีมเทคนิคขึ้นมาฝ่ายละ 2-3 คน ทำหน้าที่เตรียมการ จากนั้นอาจตั้งเป็นทีมที่ปรึกษาซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลวิชาการ กฎหมาย แล้วมาพูดคุยหารือกันก่อน โดยในที่ประชุมจะเสนอความคิดไปเรื่อยๆ เรื่องไหนคุยได้ก็คุยไป เรื่องไหนคุยไม่ได้ก็หยุดกันก่อน ในขั้นนี้ก็จะมีเรื่องเส้นขาดตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ภายหลังที่ฝ่ายวิชาการพูดคุยกันจนตกผลึกแล้ว ถึงจะมีทีมนโยบายเข้ามาร่วมพูดคุยกันต่อจนได้ข้อสรุปร่วมกัน ที่สุดแล้วจึงเป็นผู้นำของทั้งสองฝ่าย คือ ยิ่งลักษณ์ และ สุเทพ ที่จะเข้าหาพูดคุยและรับข้อตกลง

“ทั้งหมดต้องทำเป็นกระบวนการ ในบางประเด็นอาจต้องขยายวงไปยังพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มคนเสื้อแดง หรือแม้แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อเกี่ยวพันกับใครก็ไปเชิญเขาเข้ามาร่วมวงเจรจาด้วย แต่ไม่ใช่ทุกอย่างต้องผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ทั้งหมด” นักสันติวิธีรายนี้เสนอแนะ

อย่างไรก็ตาม หากทุกอย่างถูกถ่ายทอดสด ก็จะเข้าข่ายการเจรจาปี 2553 ที่เป็นการโต้วาทีผ่านโทรทัศน์ สุดท้ายไม่ได้ผล เพราะไม่ใช่การพูดคุยกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ที่สำคัญในปี 2553 ประเด็นการเจรจาเป็นเพียงจะยุบหรือไม่ยุบสภา ถ้ายุบจะยุบเมื่อไร แต่ในปัจจุบันประเด็นมีความซับซ้อนกว่ามาก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาและใช้กระบวนการ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง