
ศอฉ.ประเมินผลกระทบก่อนตัดน้ำไฟ
ศอฉ.ถกทุ่มครึ่งประเมินผลกระทบมาตรการตัดน้ำไฟราชประสงค์ก่อนลงมือ24.00น.สั่งเพิ่มกำลังทหารตำรวจหลังประเมิณผู้ชุมนุมเหลือ6พันคน
ศอฉ.ถกทุ่มครึ่งประเมินผลกระทบมาตรการตัดน้ำไฟราชประสงค์ก่อนลงมือ24.00น.สั่งเพิ่มกำลังทหารตำรวจหลังประเมิณผู้ชุมนุมเหลือ6พันคน
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)เปิดเผยว่า ศอฉ.ยังยืนยันที่จะใช้มาตรการกดดันผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ให้ยุติการชุมนุมด้วยการตัดน้ำ-ตัดไฟ-ตัดระบบการสื่อสาร และการจราจร แต่จะมีการหารือเพื่อทบทวนวิธีปฏิบัติและกำหนดเวลาอีกครั้ง โดยจะประเมินผลกระทบถึงการดำเนินการตามที่กำหนดเวลา 24.00 น. ยอมรับว่าเป็นห่วงว่าบางมาตรการอาจทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ชุมนุม
"วันนี้ได้นัดประชุม ตอนทุ่มครึ่ง เพื่อลงรายละเอียด ถ้าสามารถดำเนินการได้ในเรื่องตัดน้ำ ตัดไฟ จะมีพื้นที่ตรงไหนบ้าง เพราะมีโรงพยาบาลหลายแห่งได้รับผลกระทบ ส่วนไหนที่มีความพร้อม ก็ดำเนินการได้เลย เพราะฉะนั้นเรื่องจราจร เรื่องโทรศัพท์ได้วางแผนกันแล้ว อะไรที่สามารถดำเนินการได้ ก็เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้"พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
สำหรับรถโดยสารประจำทางขณะนี้อยู่ระหว่างปรับเส้นทางการเดินรถรอบบริเวณพื้นที่ราชประสงค์ รวมถึงรถแท็กซี่ที่จะสกัดไม่ให้เข้าพื้นที่แล้ว ส่วนเครื่องปั่นไฟที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ใช้อยู่ในพื้นที่นั้น ศอฉ.ก็ได้พยายามจำกัดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในพื้นที่ แต่จะพยายามไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน และจำเป็นต้องปิดกั้นพื้นที่ย่านราชประสงค์ไม่ให้ผู้ชุมนุมเพิ่ม โดยเมื่อเวลา18.00น. มีผู้ชุมนุมจำนวน 6,000 คน ได้สั่งเพิ่มกำลังทหาร-ตำรวจตั้งด่านใกล้พื้นที่มากขึ้น







