
ศรส.สั่งสภาพัฒน์ประเมินความเสียหายกปปส.ชุมนุม
ศรส.สั่ง สภาพัฒน์ประเมินเสียหายทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่กปปส.ชุมนุม ไว้ดำเนินคดี พร้อม เร่งจับแกนนำหลังศาลคงหมายจับ
ศรส.สั่ง สภาพัฒน์ประเมินเสียหายทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่กปปส.ชุมนุม ไว้ดำเนินคดี พร้อม เร่งจับแกนนำหลังศาลคงหมายจับ
เวลา 13.00 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. น.ส.สิริมา สุนาวิน เจ้าหน้าที่ ศรส.และพ.ต.ท.หญิง พ.ญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปผลการประชุม ศรส.โดยกล่าวว่า ศรส.ได้มอบหมายให้คณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์)ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการชุมนุมของกลุ่มกปปส.โดยให้ครอบคลุมในทุกมิติเพื่อให้เห็นภาพรวมความเสียหายที่เกิดขึ้นรวมทั้งจะใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินคดีกับกลุ่ม กปปส. ต่อไป
นอกจากนี้ ศรส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ได้รับคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ดังนี้ 1.คดีขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 190 คดี แยกเป็นคดีที่กปปส.ในกรุงเทพมหานครกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง 51 คดี และคดีที่ กปปส.ในต่างจังหวัดกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง 139 คดี
2. คดีที่เจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 174 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 63 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัดจำนวน 111 คดี รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อ กฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 364 คดี โดยศาลได้ออกหมายจับให้ รวมทั้งสิ้น 155 คน ได้ตัวมาสอบสวนแล้ว 65 คน ทั้งนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่กกต.จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวนถึง 1,144 คนซึ่งโทษที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางการเลือกตั้งเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่มีทั้งโทษจำคุกและปรับ รวมถึงการตัดสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง
อนึ่งศรส.ยังได้รับรายงานอีกด้วยว่า พนักงานสอบสวนของจังหวัดสตูล กับจังหวัดพัทลุงได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีขัดขวางการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ 2 จังหวัด ซึ่งมีการกล่าวโทษร้องทุกข์คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ 5 เสือ กกต. ว่า มีส่วนละเว้นการปฏิบัติ ทำให้เกิดการขัดขวางการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อันเป็นความผิดตามกฎหมาย ศรส. ขอเรียนว่า จากการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมาอย่างจริงจัง ส่งผลให้การเลือกตั้งทดแทนเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 5 จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี และระยอง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่ง ศรส. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้ก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยไม่มีกลุ่ม กปปส. ไปกระทำการขัดขวางการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้องของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส.ที่ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาเพิกถอนหมายจับของศาลอาญาในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งไม่เพิกถอนหมายจับดังกล่าว โดยให้ยึดถือตามคำสั่งศาลอาญาตามเดิมกล่าวโดยสรุปคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังคงถูกศาลออกหมายจับฐานร่วมกันเป็นกบฏเช่นเดิม ซึ่ง ศรส.ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษเร่งรัดดำเนินคดีนายสุเทพฯ กับแกนนำคนอื่น ๆรวม58คนต่อไปโดยเฉพาะการติดตามจับกุมเมื่อมีโอกาสและสถานการณ์ที่เหมาะสมด้วย







