posttoday
แยกประเทศพายุลูกใหม่ถล่มปู

แยกประเทศพายุลูกใหม่ถล่มปู

04 มีนาคม 2557

โดย...ทีมข่าวการเมือง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ความเคลื่อนไหวของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในเวลานี้มีวัตถุประสงค์หลักเพียงอย่างเดียว คือ การปกป้องรัฐบาลไม่ให้ถูกองค์กรอิสระ โดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการเอาผิดในคดีทุจริตจากนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ภายใต้ปฏิบัติการ “ชัตดาวน์องค์กรอิสระ”

แทนที่เสื้อแดงจะเป็นจุดแข็งของรัฐบาลในฐานะผนังทองแดงกำแพงเหล็ก แต่มาในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ กลับกลายเป็นจุดอ่อนไปโดยปริยายจากการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะในสองครั้งสำคัญก่อนหน้านี้

ครั้งที่ 1 การชุมนุมของ นปช. ที่อาคารลิปตพัลลภ ฮอลล์ ในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 ก.พ. โดยครั้งนั้นบรรดาแนวร่วมเสื้อแดงในต่างจังหวัดได้ปราศรัยด้วยถ้อยคำที่มีลักษณะแสดงให้เห็นว่าพร้อมจะใช้ความรุนแรงกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล อย่างเช่นในกรณีการปราศรัยของแกนนำชลบุรีที่ประกาศว่ามีปืนเพื่อจัดการกับ กปปส. รวมไปถึงการแสดงความดีใจกับการเสียชีวิตของประชาชนระหว่างการชุมนุมของ กปปส.จ.ตราด

ครั้งที่ 2 เป็นการเคลื่อนไหวในส่วนภูมิภาคที่พบการแสดงความคิดเห็นว่าต้องการแบ่งแยกภาคเหนือและอีสานของไทยออกมาเพื่อตั้ง “ประเทศล้านนา” นับว่าเป็นการแสดงออกทางการเมืองที่มีความอ่อนไหวมากที่สุด

เรื่องนี้ได้รับการจุดประเด็นมาจากการให้สัมภาษณ์ของ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และ สส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ซึ่งยอมรับว่าในพื้นที่มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าในเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ควรแยกประเทศออกมา

สำทับด้วยเวที นปช.ที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ด้วยการปราศรัยของแกนนำระดับสูงของพรรคเพื่อไทยอย่าง “จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” หัวหน้าพรรค ที่ระบุว่า “ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดการแบ่งแยกประเทศ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น ประวัติศาสตร์บอกว่าสุดท้ายจะเกิดสงครามแบ่งพื้นที่ออกเป็นเขต แบ่งฝ่าย เป็นพื้นที่ไป”

เช่นเดียวกับ วรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ และแกนนำเสื้อแดง ซึ่งแสดงท่าทีบนเวทีเสื้อแดง จ.ขอนแก่น ว่า “หากปล่อยให้เกิดความอยุติธรรมมากๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิด 1 ประเทศ 2 นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ การล้มการปกครอง ไม่ว่าด้วยกองทัพ องค์กรอิสระ เพื่อพวกพ้องตัวเองนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะการต่อสู้หลังจากนี้ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

จากท่าทีดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลต้องเผชิญกับความลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะกองทัพได้เข้ามาใช้อำนาจที่ตัวเองมีก้าวเข้ามาในการเมืองมากขึ้น จากเดิมที่กองทัพมักแสดงท่าทีว่าการเมืองต้องให้ฝ่ายการเมืองแก้ไขกันเอง และการติดตามมาดำเนินคดีเป็นหน้าที่หลักของตำรวจ ไม่ใช่ทหาร

ดังจะเห็นได้จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ตัดสินใจใช้อำนาจในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.จังหวัด ช่วยกันติดตามสอดส่องการยุยงปลุกปั่นให้คนในสังคมเพิ่มความเกลียดชัง แบ่งฝ่าย จนเลยเถิดพาดพิงสถาบัน

รวมไปถึงการสั่งให้นายทหารระดับแม่ทัพภาคเข้ามาดูแลสถานการณ์ จนมาถึงล่าสุดที่ พ.ท.สันโดษ ดงปารี นายทหารพระธรรมนูญ แจ้งความดำเนินคดีกับ เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113114 กรณีที่มีการขึ้นป้ายแบ่งประเทศ สปป.ล้านนา

ไม่เพียงเท่านี้ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้เปิดช่องให้พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นำเอาไปขยายผลโจมตีรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยได้เป็นระยะ ด้วยการย้อนเกล็ดว่ารัฐบาลกลับทำตัวเป็นกบฏเสียเองหลังจากปล่อยให้มวลชนฝ่ายรัฐบาลเรียกร้องการแบ่งแยกประเทศ

พรรคประชาธิปัตย์เตรียมใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทยและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ในข้อหาพยายามให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าพฤติการณ์ของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงมีลักษณะของการเปลี่ยนแปลงการปกครองชัดเจน

หากในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคเพื่อไทยด้วยข้อหานี้ ย่อมทำให้พรรคต้องเผชิญกับสถานการณ์มากขึ้นไปอีก เพราะจะทำให้เกิดการตีความเกี่ยวกับสถานะทางการเมืองของว่าที่ สส.ของพรรคในระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้รับรองด้วย

แม้รัฐบาลพยายามอ้างว่าการแสดงออกถึงการใช้ความรุนแรงหรือการตั้งประเทศล้านนา เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่ผูกพันรัฐบาล ผนวกกับไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ แต่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย รวมถึงรัฐบาลต่างเป็นเนื้อเดียวกัน เท่ากับว่าการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเสื้อแดงรัฐบาลย่อมต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยไม่มากก็น้อย

แต่ถึงกระนั้นรัฐบาลกลับแสดงท่าทีเพิกเฉยไม่ให้องค์กรที่เกี่ยวข้องดำเนินการทางกฎหมายกับคนเสื้อแดงบางกลุ่มที่แสดงความต้องการให้เกิดการแยกประเทศ ทั้งๆ ที่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมาย ผิดกับการเร่งรัดดำเนินคดีกับกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม จึงไม่แปลกที่รัฐบาลจะต้องเผชิญกับปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ดังนั้น เสื้อแดงจึงกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาล ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขก่อนปัญหาจะลุกลามบานปลายมากกว่าการท่องบทรักษาประชาธิปไตย มิเช่นนั้นจะเป็นรัฐบาลที่สูญเสียความชอบธรรมจนไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท