posttoday
อย่าไวท์ลาย

อย่าไวท์ลาย

04 มีนาคม 2557

ผมเห็นใจข้าราชการกระทรวงพาณิชย์อยู่อย่างหนึ่ง คือ ทุกครั้งที่ตัวเลขการส่งออกลดลง หรือเพิ่มขึ้นน้อยกว่าประมาณการ นักการเมืองที่มาเป็นรัฐมนตรีออกมาแถลงว่า จะให้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการส่งออกและทูตการค้าในต่างประเทศเร่งดำเนินการแก้ไข ให้หาตลาดใหม่ให้ส่งเสริมกิจกรรมการตลาด ให้เสริมสร้างความมั่นใจของผู้นำเข้าสินค้าไทยในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มตัวเลขการขยายตัวของการส่งออกให้ได้ปีละเท่านั้นเท่านี้ ว่ากันไปเป็นสูตรสำเร็จ

ผมเห็นใจข้าราชการกระทรวงพาณิชย์อยู่อย่างหนึ่ง คือ ทุกครั้งที่ตัวเลขการส่งออกลดลง หรือเพิ่มขึ้นน้อยกว่าประมาณการ นักการเมืองที่มาเป็นรัฐมนตรีออกมาแถลงว่า จะให้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการส่งออกและทูตการค้าในต่างประเทศเร่งดำเนินการแก้ไข ให้หาตลาดใหม่ให้ส่งเสริมกิจกรรมการตลาด ให้เสริมสร้างความมั่นใจของผู้นำเข้าสินค้าไทยในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มตัวเลขการขยายตัวของการส่งออกให้ได้ปีละเท่านั้นเท่านี้ ว่ากันไปเป็นสูตรสำเร็จ

สรุปแล้วดูเหมือนว่าทั้งกระทรวงจะมีแค่รัฐมนตรีเท่านั้นที่ทำงาน ส่วนที่เหลือต้องให้รัฐมนตรีผลักดันถึงจะทำงานตามสูตรสำเร็จที่ว่า และไม่มีสิทธิไวท์ลาย ถ้าทำไม่ได้ตามเป้าหมาย

ความจริงใครที่เคยเรียนจะรู้ว่าวิชาตลาดเบื้องต้นจะรู้ว่าการจะทำการตลาดให้ประสบความสำเร็จ จะต้องถึงพร้อมด้วยการมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตรงต่อความต้องการของตลาดเพื่อขายให้กับผู้บริโภค ในราคาที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค มีระบบการจัดจำหน่ายที่มีคุณภาพตั้งแต่แหล่งรับไปจนถึงมือผู้บริโภค และต้องมีการส่งเสริมการตลาด อย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่าสูตรผสมการตลาดแบบ 4 Ps คือ Product Price Place และ Promotion

ส่วนถ้าจะมีการแตกแขนง ขยายความต่อไปก็แล้วแต่ภูมิปัญญาของแต่ละเกจิอาจารย์ทางด้านการตลาด

เอาแค่สูตรผสมการตลาด (Marketing Mix) พื้นฐานที่ว่า ก็พอมองออกว่าการที่จะทำให้ตัวเลขส่งออกของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ร้อยละ 20 ต่อปีเหมือนในอดีต คงต้องช่วยกันทำทุกภาคส่วน อย่างที่นายกรัฐมนตรีว่าการให้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์กระทรวงเดียวรับผิดชอบแก้ไขน่าจะพ้นภาวะวิสัยที่จะทำได้

เพราะอะไร เพราะก็ดูจากสูตรผสมการตลาดเบื้องต้นที่ว่ามา จะเห็นว่าบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ที่ชัดเจนที่สุด คือ การส่งเสริมการขาย หรือ Promotion อย่างเดียว ซึ่งผมเห็นขยันทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว บางครั้งทำเพื่อเอาใจรัฐมนตรีแถมอีกต่างหาก กับอีกบทบาทหนึ่งคือการทำหน้าที่เก็บข้อมูลการค้าขายและประสานงานให้ผู้ขายกับผู้ซื้อได้พบกัน ส่วนที่ทำหน้าที่ขายตรงเช่นการขายข้าวนั้น น่าจะเป็นกิจกรรมพิเศษที่ถูกสั่งให้ทำ

กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถสั่งให้ผู้ผลิตผลิตสินค้าให้ตรงต่อความจำเป็นและความต้องการของผู้บริโภค ไม่สามารถกำหนดราคาจำหน่ายสินค้าส่งออกให้เหมาะสมกับโครงสร้างต้นทุนของผู้บริโภค และไม่สามารถสร้างกระบวนการจัดจำหน่ายจากต้นน้ำถึงกลางน้ำ และปลายน้ำ อย่างที่นายกรัฐมนตรีพูด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ทำได้อย่างเก่งคือการสื่อสารเชื่อมโยงให้ผู้ซื้อในต่างประเทศกับผู้ขายในประเทศได้รู้จักกัน อย่างที่ทำอยู่เท่านั้น

สรุปแล้ว กระทรวงพาณิชย์มีบทบาทโดยตรงเพียงบทบาทเดียว คือ การส่งเสริมการขายผ่านช่องทางการสื่อสารรูปแบบต่างๆ

ถามว่าบทบาทเพียงแค่นี้ เพียงพอหรือไม่ที่จะทำให้การส่งออกของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นในโลกที่มีการแข่งขันสูงขึ้น เทคโนโลยีการผลิตเปลี่ยนไป รูปแบบของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รสนิยมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงทุกนาที

ผมเชื่อว่าไม่เพียงพอ ถ้าจะตำหนิกระทรวงพาณิชย์บ้าง ผมขอต่อว่าที่ไม่สามารถทำตามความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศล่วงหน้า ในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดตลาด แล้วสื่อสารให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกในประเทศทราบ เตรียมความพร้อมที่จะรับความเปลี่ยนแปลงด้านอุปสงค์ของผู้บริโภคในต่างประเทศ และด้านอุปทานของคู่แข่งในแต่ละตลาดที่อาจกระทบถึงความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไหนในตลาดโลกอย่างเป็นระบบเข้าใจง่ายๆ ไม่ใช้ภาษาราชการจนนักธุรกิจหรือคนทั่วไปอ่านไม่รู้เรื่อง

ยกตัวอย่างเช่น ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขการส่งออกลดลงประมาณ 2% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ทั้งๆ ที่เงินบาทอ่อนค่าลงจากประมาณ 30 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งน่าจะทำให้ไทยสามารถส่งสินค้าไปขายได้เพิ่มขึ้น แต่ข้อเท็จจริงกลับไม่เป็นไปเช่นนั้น เพราะการส่งออกกลับลดลง

สาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกลดลง เพราะการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ลดลง เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนไป คนหันมาเล่นไอโฟนแทนแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ สินค้าเกษตรขายได้น้อยลงทั้งด้านปริมาณและราคา

ปัญหาเหล่านี้กระทรวงพาณิชย์คงเข้าไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะการดูแลอุตสาหกรรมการผลิตเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ตระหนักว่าเทคโนโลยีด้านไอทีกำลังเปลี่ยนแปลง และอาจกระทบถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ไม่พยายามส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาผลิตสินค้าประเภทนี้ในประเทศไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อรองรับวิวัฒนาการของระบบไอทีให้ผู้ผลิตไทยผลิตสินค้าประเภทอื่น คงก้มหน้าก้มตาผลิตสินค้าที่นับวันความต้องการใช้จะลดลง

คำถามง่ายๆ ครับ ถ้ากระทรวงพาณิชย์พยายามส่งเสริมการขายสินค้าที่ล้าสมัย ตกยุค ตกรุ่น ใครเขาจะซื้อ ถ้าพยายามขายสินค้าเสื่อมคุณภาพที่ต้นทุนแพงอย่างข้าวสารของรัฐบาลใครเขาจะซื้อ ถ้าพยายามส่งเสริมการขายผักสดและผลไม้ แต่ผู้ส่งออกต้องไปวิ่งเต้นขอพื้นที่คาร์โก้ของสายการบินที่ออกแบบมาเพื่อรับส่งผู้โดยสารจะขายได้ไหม ถ้าผู้ผลิตสินค้าเกษตรยังใช้ยาฆ่าแมลง สารเคมีในกระบวนการผลิต โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปล่อยปละละเลยที่จะควบคุมดูแล ใครจะซื้อสินค้าเกษตรจากไทย และถ้ารัฐบาลให้จ่ายค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 300 บาทต่อวัน ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น กระทรวงพาณิชย์จะขายสินค้าที่ราคาแพงกว่าคู่แข่งที่ต้นทุนต่ำกว่าได้อย่างไร

ผมว่าถ้าปัญหาเหล่านี้ยังไม่ถูกแก้ไข ทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดไปก็สูญเปล่า เพราะไม่มีสินค้าที่ตรงตามความจำเป็นและความต้องการของผู้บริโภคขาย สินค้าราคาแพงกว่าคู่แข่ง และผู้ส่งออกและนำเข้ามีปัญหา ไม่ได้รับความสะดวกในการขนส่งสินค้าให้ส่งถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็วเท่าที่ควร

การแก้ไขปัญหานี้ คงต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ ให้ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ทั้งด้านการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิตของผู้ผลิต การแสวงหาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาใช้ในการผลิต การดูแลสวัสดิภาพแรงงาน และสิ่งแวดล้อม ที่หลายประเทศผู้นำเข้าให้ความสำคัญในการพิจารณาจะซื้อสินค้าจากประเทศใดหรือไม่ การขจัดความล่าช้าในระบบราชการทั้งด้านการส่งออกและนำเข้า การขจัดระบบการเรียกค่าน้ำร้อนน้ำชาในการให้บริการ และที่สำคัญที่สุดคือขจัดการคอร์รัปชั่นของผู้กำหนดนโยบาย คือ นักการเมือง และผู้บริหารระดับสูงในภาคราชการ

ไม่อย่างนั้นอยู่เฉยๆ ก็ได้ ปล่อยให้ธุรกิจเอกชนต่อสู้ไปเอง อย่าไปแทรกแซงการทำงานของเขา อย่าไปสร้างอุปสรรคเพิ่มเติมทำให้ต้นทุนการผลิตของเขาเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

เอาแค่เขาอยากสร้างโรงงานเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่รัฐบาลส่งเสริม ก็อย่าไปเรียกร้องเป็นค่าลายเซ็นอนุมัติจากเขาก็เพียงพอแล้ว

เหล่านี้ กระทรวงพาณิชย์กระทรวงเดียวทำไม่ได้หรอกครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท