
ย้อนวีรกรรมปาก "จารุพงศ์"
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้วยดีกรีอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและปลัดกระทรวงแรงงาน พ่วงสถานะบุตรชาย ร.ท.จารุบุตร เรืองสุวรรณ อดีตประธานรัฐสภา ด้วยความคาดหวังว่าจะช่วยกอบกู้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่กำลังย่ำแย่ แต่สถานการณ์กลับตรงกันข้าม โดยเฉพาะวีรกรรมล่าสุดกับท่าทีการแบ่งแยกดินแดนของ มท.1 ผู้นี้ จนถูกประชาธิปัตย์หยิบยกไปเป็นประเด็นยื่นยุบพรรคเพื่อไทย
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้วยดีกรีอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและปลัดกระทรวงแรงงาน พ่วงสถานะบุตรชาย ร.ท.จารุบุตร เรืองสุวรรณ อดีตประธานรัฐสภา ด้วยความคาดหวังว่าจะช่วยกอบกู้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่กำลังย่ำแย่ แต่สถานการณ์กลับตรงกันข้าม โดยเฉพาะวีรกรรมล่าสุดกับท่าทีการแบ่งแยกดินแดนของ มท.1 ผู้นี้ จนถูกประชาธิปัตย์หยิบยกไปเป็นประเด็นยื่นยุบพรรคเพื่อไทย
แนวคิด “แบ่งแยกประเทศ” ถูกจุดประเด็นขึ้นในการชุมนุมใหญ่ “นปช.ลั่นกลองรบ” ขณะที่ จารุพงศ์ ได้กล่าวบนเวทีถึงข้อเสนอว่า “วันนี้กลุ่มผู้นำทั้งหลายได้ออกมาเสนอข้อเสนอแนะต่างๆ ที่คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (แกนนำ นปช.) ได้สรุปให้ฟัง ผมในนามพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลก็จะขอน้อมรับข้อเสนอทุกข้อของท่านไปดำเนินการต่อร่วมกับพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง”
หลังจากถูกโจมตีอย่างหนัก จารุพงศ์ ชี้แจงประเด็นนี้ในวันที่ 27 ก.พ.ว่านปช.ที่มารวมกัน 77 จังหวัด และพูดบนเวทีตั้งแต่เช้ายันค่ำ ณัฐวุฒิ นำมาสรุป 11 ข้อ ซึ่งในฐานะหัวหน้าพรรคและเป็นรัฐบาลก็บอกไปว่าจะรับเอาสิ่งที่ นปช.เสนอไปพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปปฏิบัติ
“ผมไม่อยากจะเอ่ยอีกแล้ว เพราะพูดไปก็กลายเป็นว่าแบ่งแยกประเทศอีก ถุย ทุเรศชิบหาย กูเป็นรัฐบาลจะไปแบ่งแยกประเทศทำไม มันไม่เข้าท่า ทุเรศ เราพูดอย่างมันไปพูดอีกอย่าง เดี๋ยวจะไปตกหลุมเขาอีก”
ทว่า นี่ไม่ใช่วีรกรรมแรกของ จารุพงศ์ ที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นการเมือง เพราะในเวที นปช.ลั่นกลองรบ มท.1 ผู้นี้ ได้ระบุให้เตรียมความพร้อมเข้าสู่สถานการณ์แตกหัก เราต้องต่อสู้แบบลุ่มลึก มีการวางแผน เพราะวันนี้มีการสู้ด้วยเดิมพันชีวิตสูงสุด และสู้คราวนี้ตายจริง
“คนไทยมีอาวุธปืนอยู่ในประเทศ 10 ล้านกระบอก เป็นอาวุธปืนป้องกันตนเอง เราต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่างเข้าสู่สถานการณ์แตกหัก”
ย้อนไปก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 9 ม.ค. จารุพงศ์ แถลงข่าวเตือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี และชุมพร ที่ขึ้นเวที กปปส. ว่า เข้าข่ายผิดกฎหมาย พร้อมสั่งการให้ ผวจ.และนายอำเภอไปตรวจสอบกรณีดังกล่าว หากผิดจริงก็ต้องพิจารณาบทลงโทษ
ทั้งที่ ในวันที่ 30 พ.ย. 2556 จารุพงศ์ ในฐานะ รมว.มหาดไทย กลับขึ้นเวทีปราศรัยของ นปช. ที่ สนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถาน อีกทั้งยังเป็นเวทีเดียวกับที่ เอกภพ เหลือรา หรือ ตั้งอาชีวะ ปราศรัยหมิ่นสถาบัน จนถูกวิจารณ์อย่างหนักที่ในฐานะ มท.1 แต่ปล่อยให้เกิดเรื่องนี้และยังไม่สามารถตามจับกุมตัวได้
ก่อนหน้านั้น กรณี สังเวียน ขุนเจริญ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.คลองทับจันทร์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ออกมาเปิดเผยเรื่องการมีบัตรประชาชนแจ้งเกิดวันที่ 30 ก.พ. จารุพงศ์ ออกมาแสดงความไม่พอใจว่า “ขอพูดแบบนักเลงเลยว่า แบบนี้สมควรตาย เพราะไม่อย่างนั้นผมคุมลูกน้องไม่อยู่ เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นผิดแน่ๆ อยู่แล้ว แต่กลับเอาเรื่องมาโพนทะนาให้ใหญ่โต ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ผมถือว่าเป็นเรื่องต้องตำหนิ ใครก็อย่าทำแบบนี้กับผมอีก ผมเอาตาย ไม่เก็บไว้แน่” จน สังเวียน ต้องลาออกในเวลาต่อมา







