
ผู้การฯกองปราบลาออกสมัคร สว.
ผู้บังคับการกองปราบปราม ลาออกจากราชการมีผลวันนี้ เพื่อลงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
ผู้บังคับการกองปราบปราม ลาออกจากราชการมีผลวันนี้ เพื่อลงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า ได้รับหนังสือลาออกของ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีผลในวันนี้ (3 มี.ค.) ตนไม่ได้คัดค้าน และพร้อมที่จะสนับสนุนการปกครองแบบระบบประชาธิปไตยที่มีวิธีคิด และการกระทำที่เกิดเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่า ส่วนตำแหน่ง ผบก.ป. จะยังไม่มีการแต่งตั้งบุคคลอื่นมาแทน และจะกันตำแหน่งนี้ไว้ก่อนไว้โดยให้ พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) มารักษาราชการแทน
ด้าน พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ยื่นหนังสือลาออกแล้วเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน เพื่อเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้ง สว. หลังจากมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 30 มี.ค.นี้ การตัดสินใจครั้งนี้ได้คิดไว้นานกว่า 6 ปีแล้ว ซึ่งเป็นความตั้งใจที่อยากจะได้โอกาสเข้าทำงานรับใช้สังคมในอีกบทบาทหน้าที่หนึ่ง
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เรียนระดับดุษฎีบัณฑิต สาขาปรัชญา เรื่องการจัดการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ถือว่าเป็นช่วงที่ได้ตั้งใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทำให้ได้เข้าใจหลักการในเชิงปรัชญา และเชิงวิชาการ การทำงานวิจัย ตลอดจนการเข้าถึงหัวใจสำคัญของการเป็นผู้บริหารสมัยใหม่ เรียนรู้การบริหาร การจัดองค์กร การเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดผลในการปฏิบัติที่ถูกต้องและเป็นธรรมกับสังคม
“การสำเร็จการศึกษาก็ไม่ได้เป็นการสิ้นสุดการเรียนรู้ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ผมขีดอนาคตเมื่อเกษียณอายุราชการไว้แล้วว่า หากมีโอกาสทำงานรับใช้สังคมในหน้าที่ สว. ก็พร้อมจะทำงานเต็มความรู้ความสามารถให้ดีที่สุด” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว
ทั้งนี้ การลาออกไม่มีเบื้องหลังใดๆ ส่วนจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เราอยากเสนอสิ่งที่เราอยากทำ เพื่อเป็นทางเลือก และคิดว่าสังคมก็น่าจะเปิดรับและให้โอกาสบุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จะเข้ามาทำงานจุดนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เสียดายตำแหน่ง ผบก.ป. เพราะถือว่าได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชามามากแล้ว รวมถึงได้ทำหน้าที่นี้อย่างเต็มความรู้ ความสามารถแล้วไม่ยึดติด
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ในส่วนของ พล.ต.ต.สุพิศาล นั้น หากไม่ได้รับการเลือกตั้ง ก็ยังสามารถทำเรื่องกลับเข้ารับราชการได้อีกครั้ง โดยยังคงมีอายุราชการจนถึงเดือนกันยายน 2557 คล้ายกับกรณีของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. และเลขาธิการ ปปส. เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 31 ซึ่งเคยลาออก ไปลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มาแล้ว เมื่อไม่ได้รับเลือกตั้งก็สามารถขอกลับเข้ารับราชการใหม่ได้







