
ศรส.วอนนปช.อย่านำมวลชนเข้ากรุง
ศรส.วอนนปช.อย่านำมวลชนเข้ากรุงเทพฯ พร้อมตั้ง "พล.ต.สุรชาติ" เจรจาพุทธะอิสระเปิดถนนแจ้งวัฒนะ-ศูนย์ราชการฯ
ศรส.วอนนปช.อย่านำมวลชนเข้ากรุงเทพฯ พร้อมตั้ง "พล.ต.สุรชาติ" เจรจาพุทธะอิสระเปิดถนนแจ้งวัฒนะ-ศูนย์ราชการฯ
นายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. เปิดเผยว่าทาง ศรส.จะได้ประสานงานกับ กกต. เพื่อช่วยเหลือและจัดอัตรากำลังตำรวจ ทหาร พลเรือน ให้การจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามที่ กกต. จะดำเนินการในวันที่ 30 มี.ค.นี้
ทั้งนี้ทาง ศรส.กำลังพยายามขอร้องและเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยได้แต่งตั้งคณะผู้เจรจากับพระพุทธะอิสระขึ้น 1 ชุดโดยมี พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ กระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าคณะเจรจาและมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะเจรจา เพื่อขอให้มีการเปิดถนนแจ้งวัฒนะและสถานที่ราชการในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด ในวันที่ 4 มี.ค.
"ศรส.ยังมีความห่วงใยการคงไว้ซึ่งเวทีการชุมนุมที่ถนนแจ้งวัฒนะและบริเวณถนนรอบทำเนียบรัฐบาล รวมถึงการจัดชุดมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ราชการและบริษัทห้างร้านของภาคเอกชนด้วย ซึ่งล้วนเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ศรส.จึงขอร้องแกนนำ กปปส. ได้ยุติการกระทำดังกล่าวเสีย ก็จะเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อประชาชนและชาติบ้านเมือง"นายธาริต กล่าว
นายธาริต กล่าวว่า ขอร้องการชุมนุมรวมพลของกลุ่ม นปช. ในต่างจังหวัดอย่าได้นำมวลชนเข้าในใน กทม. ควรช่วยกันลดความรุนแรงลงและหันหน้าไปสู่การเจรจา ย่อมเป็นทางออกของความขัดแย้งที่ดีกว่า และทาง ศรส.ได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อันประกอบด้วยพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการของสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นชอบให้ออกหมายเรียกแกนนำ กปปส. โดยในจำนวนผู้ต้องหาทั้ง 58 คน โดยเป็นคดีที่ศาลได้ออกหมายจับฐานกบฏตามมาตรา 113 และมาตรา 114 ฐานร่วมกันยุยงส่งเสริมให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมาย ฐานร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นการออกหมายเรียกซ้ำ เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งหากในคราวนี้ไม่มาตามหมายเรียกอีก ก็จะได้ขอศาลออกหมายจับต่อไป







