
โพลหนุนเจรจาถ่ายสด ‘สุเทพ-ยิ่งลักษณ์’
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจ การเจรจาระหว่าง “สุเทพ” กับ “นายกฯ ยิ่งลักษณ์” จากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,354 คน พบว่า ประชาชนเห็นด้วยในการเจรจา 70% เพราะจะช่วยยุติปัญหาความขัดแย้งได้ 22% ไม่แน่ใจ ส่วนทำอย่างไรให้การเจรจาครั้งนี้สำเร็จ พบว่า 79% ทั้งสองฝ่ายต้องมีความจริงใจในการเจรจา ตรงไปตรงมา 13% ใช้เหตุผลในการพูดคุย เน้นเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ 7% ต้องนำสิ่งที่ได้จากการเจรจาไปปฏิบัติต่อให้เป็นรูปธรรม
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจ การเจรจาระหว่าง “สุเทพ” กับ “นายกฯ ยิ่งลักษณ์” จากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,354 คน พบว่า ประชาชนเห็นด้วยในการเจรจา 70% เพราะจะช่วยยุติปัญหาความขัดแย้งได้ 22% ไม่แน่ใจ ส่วนทำอย่างไรให้การเจรจาครั้งนี้สำเร็จ พบว่า 79% ทั้งสองฝ่ายต้องมีความจริงใจในการเจรจา ตรงไปตรงมา 13% ใช้เหตุผลในการพูดคุย เน้นเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ 7% ต้องนำสิ่งที่ได้จากการเจรจาไปปฏิบัติต่อให้เป็นรูปธรรม
สำหรับการเจรจาจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ พบว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วย 91% เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทุกคน ควรได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ได้เห็นวิธีการเจรจา ลีลา ท่าทางในการพูดคุยของทั้งสองฝ่าย และ 8% ไม่เห็นด้วย เพราะการถ่ายทอดสดอาจทำให้ทั้งสองฝ่ายพูดหรือแสดงความคิดเห็นได้ไม่เต็มที่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนกังวลมากที่สุดในการเจรจาครั้งนี้ คือ 43% เจรจาไม่สำเร็จ ตกลงกันไม่ได้ 29% อาจทำให้เกิดความขัดแย้งและสถานการณ์บ้านเมืองรุนแรงมากขึ้น และ 27% คิดว่าไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น
ทั้งนี้ สิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกสุเทพถึงการเจรจาครั้งนี้มากที่สุด คือ พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้ข้อมูลที่เป็นจริง นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม ส่วนสิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกไปยังนายกรัฐมนตรี คือ ควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากการเจรจาครั้งนี้
นพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความขัดแย้งต้องยุติด้วยการเจรจา ด้วยเหตุผล เช่น ดุสิตโพล เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเจรจา สหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป เรียกร้องให้มีการเจรจา ความขัดแย้งทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ อีกทั้งการชัตดาวน์กรุงเทพฯ สร้างความเดือดร้อนและทำลายธุรกิจ จน กปปส.ต้องชัตดาวน์เวทีตัวเองไปรวมที่สวนลุมพินี ผู้ชุมนุมก็เริ่มลดลง
นพดล กล่าวว่า รัฐบาลเหมือนรถไฟที่วิ่งบนราง ทำตามกฎ กติกา ฉะนั้น กปปส.จึงไม่สามารถขวางและทำให้รถไฟตกราง ต้องขึ้นมาร่วมขบวนรถไฟกับเรา พูดคุยกันบนรางภายใต้กรอบกติกา และสุเทพไม่ควรตั้งเงื่อนไขในการพูดคุยกับยิ่งลักษณ์ ยืนยันว่า ยิ่งลักษณ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีอำนาจพูดคุยเจรจาได้ในทุกเรื่อง ส่วนสุเทพนั้นควรมีหนังสือมอบอำนาจมาด้วย เพื่อยืนยันว่าตัวเองมีอำนาจเจรจา
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยว่า เชื่อว่าไม่กี่วันจากนี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะกลับมาหาเราเพื่อขอเจรจา
องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะส่งหนังสือเชิญ บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มาสังเกตการณ์สถานการณ์ความขัดแย้งการเมืองในไทย โดยเห็นว่ารัฐบาลมีจุดประสงค์ 3 ข้อ คือ 1.หวังใช้เลขาธิการยูเอ็นมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาล 2.สร้างกระแสการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นรัฐบาลที่มาโดยชอบด้วยกฎหมาย 3.เพื่อสนับสนุนการอยู่รอดของรัฐบาล ทั้งหมดเพื่อยืดอายุรัฐบาลให้อยู่นานที่สุด







