
อยู่ห่าง ๆ กันบ้างก็ดี
“ช่วงนี้ผมเครียดว่ะพี่” ชายหนุ่มเริ่มบทสนทนาหลังจากเราไม่เจอกันมาระยะหนึ่ง
“ช่วงนี้ผมเครียดว่ะพี่” ชายหนุ่มเริ่มบทสนทนาหลังจากเราไม่เจอกันมาระยะหนึ่ง
ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าความคลุ้มคลั่งที่สิงสถิตเข้าสู่หัวใจคนไทยในปี พ.ศ.นี้ จะโบยบินออกจากร่างไปเมื่อไหร่
ที่แน่ๆ อาการความคลุ้มคลั่งที่ว่าได้ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเกลียดชังกันเองอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่มีความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่เริ่มปะทุขึ้น ผมเป็นคนหนึ่งที่เอาตัวออกห่างจากการมั่วสุมในโลกออนไลน์
ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ตั้งใจไม่เข้าไปแสดงความคิดเห็นใดๆ โดยไม่จำเป็น จะมีบ้างก็เข้าไปแชร์เรื่องดีๆ และอ่านในเรื่องราวที่น่าสนใจ
ไม่มีเหตุผลอะไรมากนัก นอกจากรู้สึกว่าหลายปีมานี้คนที่เรารู้จัก ได้กลายเป็นคนอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากความงมงายหรือศรัทธาบางอย่างแล้ว ผมเชื่อว่า “ลัทธิการเมือง” ได้กลายเป็นเหตุปัจจัยหนึ่งและมีน้ำหนักมากพอที่ทำให้เราจำต้องมีระยะห่างจากคนใกล้ตัวมากขึ้น
วันนี้เราสามารถเป็นศัตรูกันในสังคมออนไลน์ชนิดไม่เผาผี ทั้งๆ ที่เรา Add Friend เข้าหากันโดยความสมัครใจ ขณะเดียวกัน คนที่เป็นเพื่อนกันมาก่อนในโลกความเป็นจริงก็มาตัดสัมพันธ์กันในโลกใบใหม่อย่างคาดไม่ถึง
หลายคนเป็นเพื่อนรักกันมายาวนาน แต่ความสัมพันธ์ต้องสะบั้นลงด้วยการ Unfriend เพียงเพราะมีความคิดเห็นต่างกันแค่บางเรื่อง
แต่เพื่อความเป็นธรรมต่อ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก และผู้คิดค้นโซเชียลมีเดียอีกหลายราย ผมเชื่อว่าผู้คนจำนวนมากได้ก่อความสัมพันธ์ที่ดีในรูปแบบใหม่ขึ้นจากเฟซบุ๊ก และโซเชียลมีเดียอื่นๆ ไม่น้อยอีกเช่นกัน
ความคลุ้มคลั่งต่อสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง เป็นอาการทางจิตที่ไม่สามารถเอาตัวเองแยกออกจากความเชื่อหรือทัศนคติส่วนตัว
เรื่องการใช้เหตุผลจึงไม่สามารถใช้อธิบายกับผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้...แทบจะเรียกได้ว่าอาการของมันไม่แตกต่างจากชายติดยาบ้าปีนเสาไฟฟ้า
ในรอบ 10 กว่าปีมานี้ ปัญหาการเมืองได้กลายเป็น “ความชั่วร้าย” ที่ขยายตัวปกคลุมสังคมเราไปในวงกว้าง อานุภาพของมันรุนแรงพร้อมทำลายล้างทุกพื้นที่มิตรภาพ
ความแน่นแฟ้น ความกลมเกลียวอันยาวนาน หรือแม้กระทั่งความเป็นส่วนตัวก็ถูกเชื้อชั่วนี้แย่งชิงไปจนแทบไม่มีเหลือ
หลายครั้งหลายหนผู้คนที่ประสบเหตุการณ์ในทำนองนี้ด้วยตัวเอง ต่างมาบอกต่อประสบการณ์แก่คนรอบข้างในลักษณะคล้ายๆ กัน บางคนวันดีคืนดีก็มีคนจงใจพูดใส่หูให้ผู้ไม่ประสงค์จะรับฟัง ได้ร่วมรับรู้ถึงความเลวร้ายของอีกฝ่ายที่ตัวเองเกลียดชัง โดยไม่มีเหตุผล นอกจากระบายความสะใจ
ไม่ต้องพูดถึงในสังคมออนไลน์ เรามักได้อ่านข้อความที่โพสต์กันถึงขนาดแนะนำให้เราช่วยกันฆ่าคนคนหนึ่งหากพบเจอ (คนที่เขาจงเกลียดจงชัง) หรือแม้กระทั่งการเชิดชูปกป้องฮีโร่ในสถานการณ์จำเป็น โดยขาดสติว่า กำลังตกเป็นเครื่องมือหนึ่งในการส่งเสริมความรุนแรง
แม้ผมพยายามถอยห่างจากโลกออนไลน์ แต่ก็รับรู้ถึงการเอาเป็นเอาตายกันในพื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้แทบทุกวัน อย่าว่าแต่การ Unfriend กันเลย เพื่อนสนิทบางคนที่เคยรู้จักกันมานมนาน ก็ได้แปรสถานภาพไปเป็นศัตรูตลอดกาลกันไปก็มี
ถึงเวลานี้ (ก.พ. 2557) สถานการณ์เลยเถิดไปกันใหญ่ ถึงขนาดมีคนไทยกลุ่มหนึ่งขอแบ่งแยกประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่จะถูกเกมการแย่งชิงอำนาจนำไปสร้างกระบวนการปลุกปั่นทำลายล้างสมองคนในชาติอย่างมีพลังมหาศาลขนาดนี้
ผมเป็นคนหนึ่งในจำนวนผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแยกดินแดน (ผมสนับสนุนรวมชนชาติอื่นมาอยู่ด้วยกันเยอะๆ) แต่ก็ต้องมารับรู้ชุดความคิดนี้ผ่านทางโทรศัพท์บ้าง ผ่านโซเชียลมีเดียบ้าง อยู่เป็นระยะๆ
คาดไม่ถึงเลยว่าคนที่เคยรักกันดี เป็นเพื่อนกันมานาน จะจงเกลียดจงชังผมถึงกับมาท้าทายแยกแผ่นดินกันอยู่ (ทั้งๆ ผมที่ไม่ได้ไปสุมหัวรวมชาติหรือแยกดินแดนกับใครที่ไหน)
ผมไม่พยายามหาเหตุผลมาอธิบายกับเพื่อนที่ว่า ได้แต่รับฟังอย่างเงียบๆ แต่ก็อดนึกในใจไม่ได้ว่า ถ้าต้องแยกประเทศกันจริงๆ ใครจะได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด
คิดเร็วๆ ผมว่าจะเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกจากคนที่ขาดโอกาส ขาดความรู้ประกอบสัมมาอาชีพ แรงงานไร้ฝีมือ และคนยากคนจนที่มีอยู่ค่อนประเทศ
ผมไม่มีเวลาคิดไปไกลถึงขนาดว่าจะย้ายตัวเองไปอยู่ประเทศไหนดี ระหว่างประเทศไทยกับประเทศไทยใหม่ ได้แค่คิดว่า เราคงต้องถอยห่างออกจากเพื่อนจำนวนหนึ่งบ้างก็ดี ถอยออกมาสำรวจตัวเองและค้นหาความพิกลพิการที่กำลังถูกสร้างขึ้นเสียบ้างก็ดี
...ความคิดผม ไม่ว่าฝ่ายไหนที่คลุ้มคลั่งอยู่ในเวลานี้ ควรยื่นมือมาช่วยกันแก้ไขสิ่งไม่ถูกไม่ต้องกันมากกว่า เพราะเรื่องของคนสองคนสองกลุ่มไม่ควรเป็นต้นเหตุให้แผ่นดินต้องร่ำไห้
ไม่เช่นนั้น มิตรภาพจะเหือดแห้งลงในแทบทุกพื้นที่ จนอาจไม่หลงเหลือให้เห็นกันอีก
แต่ว่าก็ว่า คนไม่เลือกข้างและไม่อยู่ตรงกลางอย่างผม คงหลีกหนีบรรยากาศความคลุ้มคลั่งที่เป็นอยู่นี้ไปไม่ได้ เพียงแต่จะอยู่กับมันอย่างไร...นานแค่ไหนก็เท่านั้น
ใช่หรือไม่ว่า อำนาจ ความเจริญ และนวัตกรรมของเทคโนโลยี ทำให้จิตใจเราเสื่อมลง ยอมรับหรือไม่ว่า ความเกลียดชังได้ทำให้เราไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “เพื่อนร่วมชาติ”
ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า การเอาเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยมาละเลงกันเป็นผุยผงในวันนี้ จะทำให้เรากลับมา Add Friend กันใหม่ได้อีกเมื่อใด
“ผมจะฝากอนาคตไว้กับองค์กรที่มีความคลุ้มคลั่งได้มั้ยพี่”
...ผมชะงักกับคำถามนี้ไปชั่วขณะ...ก่อนท้ายบทสนทนาจะยืดยาวไปร่วมค่อนคืน







