
ต้องพึ่งตัวเอง
ผ่านพ้นไปเพียงแค่ 2 เดือนแรกของปี 2557 ประเทศไทยกำลังบอบช้ำอย่างหนัก
ผ่านพ้นไปเพียงแค่ 2 เดือนแรกของปี 2557 ประเทศไทยกำลังบอบช้ำอย่างหนักจากภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายด้าน
ด้านการเมือง การบริหารจัดการประเทศตกอยู่ในภาวะสุญญากาศมานานนับ 5-6 เดือน รัฐบาลแม้จะรักษาอำนาจไว้ได้ แต่กลับไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการประเทศให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยสิ้นเชิง
แม้รัฐบาลจะประกาศใช้พระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมมิให้ความขัดแย้งบานปลายออกไป แต่กลับทำร้ายประเทศไทยให้พังครืน
ด้านเศรษฐกิจนั้นถือว่าทรุดหนักมาตั้งแต่ปี 2556 นโยบายของรัฐบาลที่หว่านประชานิยมลงไป แม้สามารถสร้างกำลังซื้อให้เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่บั้นปลายกลับทำลายเศรษฐกิจในภาพรวมให้ทรุดหนัก
รถคันแรกอาจทำให้ยอดขายถล่มทลายในปีแรก แต่ได้ทำลายระบบภาษีของประเทศให้พังครืนจนปัจจุบันรัฐบาลยังหางบประมาณลงไปจ่ายให้ผู้สั่งจองรถไม่ได้
นโยบายรับจำนำข้าวในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่ใช้เงินงบประมาณหว่านลงไปในระบบกว่า 6 แสนล้านบาท สามารถสร้างกำลังซื้อให้กับประชาชนได้ในระยะ 2 ปีแรก แต่พอถึงปีที่สามรัฐบาลกลับไม่สามารถหาเงินมาจ่ายหนี้ให้กับชาวนาได้ จนทำให้เครดิตรัฐบาลพังพาบ
ความเสื่อมโทรมของระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้ลากเอาภาคธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และพ่อค้ารายย่อยต่างตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
การบริโภคในประเทศทรุดหนักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ครัวเรือนหยุดการก่อหนี้ หยุดการบริโภค ดัชนีการผลิตหดตัวลงมาต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่า ผู้ผลิตขายสินค้าไม่ออกจึงลดกำลังผลิตลง
ครั้นจะหวังพึ่งพาการส่งออกที่ภาคเอกชนไทยไปค้าขายหาเงินมาหล่อเลี้ยงประเทศ ขนาดมีการวาดฝันไว้หรูว่าจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 5-7%
ทว่า ในความเป็นจริง ผลจากการไร้รัฐบาลมาบริหารจัดการทางนโยบาย ขณะที่ราชการก็พิการทำงานไม่ได้ เพียงเดือนแรกของปียอดการส่งออกของไทยกลับขยายตัวติดลบถึง 1.98% ปริมาณเงินหายไปจากระบบอื้อซ่า
ปัญหาใหญ่ที่ตามติดมาในขณะนี้คือ บรรดาผู้ประกอบการในแทบทุกอุตสาหกรรมต่างเผชิญกับภาวะขาดสภาพคล่อง และขาดกระแสเงินสดอย่างหนัก เพราะผู้บริโภคหยุดการใช้เงิน ภัยที่กำลังติดตามมาอย่างใกล้ชิดให้บรรดาผู้ประกอบการหนาวๆ ร้อนๆไปตามกันคือปริมาณเช็คเด้งกลับเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
สัญญาณร้ายของภาคธุรกิจแบบนี้คืออันตรายที่บรรดาผู้ประกอบการจักต้องตระหนักและหาทางรับมือโดยเร็วก่อนที่ภัยจะมาถึงตัว
ในยามที่ไม่มีรัฐบาลเป็นผู้ชี้นำทาง และไร้วี่แววของพระเอกขี่ม้าขาว บรรดาผู้ประกอบการต้องพึ่งพาตัวเองให้มาก ต้องใช้ปัญญาและการบริหารในภาวะวิกฤต เพื่อนำพากิจการให้อยู่รอดปลอดภัยให้ได้







