posttoday
6 ปัจจัย กปปส. ยุบเวทีลดความเดือดร้อน-รอกระบวนการศาล

6 ปัจจัย กปปส. ยุบเวทีลดความเดือดร้อน-รอกระบวนการศาล

02 มีนาคม 2557

การตัดสินใจยุบรวมเวทีชุมนุม กปปส. เหลือเพียงเวที “ลุมพินี” แห่งเดียวนั้น

การตัดสินใจยุบรวมเวทีชุมนุม กปปส. เหลือเพียงเวที “ลุมพินี” แห่งเดียวนั้น เป็นไปตามคำแนะนำของทีมยุทธศาสตร์การชุมนุมที่เสนอต่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เมื่อสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.พ.

“ควรปรับยุทธวิธีให้เหลือเวทีเดียว เพื่อแสดงออกถึงพลังของคนที่ยังมีอยู่อย่างหนักแน่น และเป็นโอกาสในการปรับระบบ ปรับเนื้อหาสาระบนเวทีให้มีมากขึ้น”

นี่คือสาระสำคัญจากข้อเสนอของกลุ่มนักวิชาการแนวร่วม

ขณะนั้น “สุเทพ” เพียงรับฟัง แต่ไม่มีท่าทีว่าจะคล้อยตามหรือตอบสนองใดๆ

กระทั่งเข้าสู่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ตัวของ “สุเทพ” เองเป็นผู้นำข้อเสนอ “ยุบเวที” เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมแกนนำ กปปส. ด้วยเห็นว่าตลอดระยะเวลาการจัดชุมนุมเกิดข้อจำกัดหลายด้านในการบริหารงานทั้ง 5 เวที

ประกอบด้วย 1.วิทยากรไม่เพียงพอต่อการหมุนเวียน 2.จำนวนมวลชนลดลงและกระจัดกระจาย 3.กระทบงบประมาณและรายจ่ายการบริหารจัดการ 4.การยกระดับกดดันรัฐบาลถึงขั้นสูงสุดแล้ว มีจำนวนเวทีมากต่อไปไม่เกิดประโยชน์ 5.ภาคธุรกิจที่สนับสนุน กปปส. ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่สีลม ราชประสงค์ ปทุมวัน อโศก ต่างได้รับผลกระทบและเริ่มมีเสียงสะท้อนกลับมา 6.ไม่สามารถดูแลความปลอดภัยได้อย่างทั่วถึง

ที่สำคัญเพื่อรักษาน้ำใจแนวร่วมคนกรุงเทพฯ ซึ่งให้การสนับสนุนการชุมนุมและบริจาคเงินช่วยเหลือมาต่อเนื่องจะได้รับความเดือดร้อนจากการปิดถนนเป็นเวลานาน ซึ่งหาก กปปส.ยังดันทุรังชัตดาวน์ต่อไป เป็นไปได้ว่า “มวลชนจะกินตัว” เรื่อยๆ

วันดังกล่าวที่ประชุมแกนนำ กปปส.ประเมินสถานการณ์ว่า แม้ทหารกับข้าราชการจะแสดงจุดยืนร่วมกับ กปปส.อย่างชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ และแม้ว่ารัฐบาลจะตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบากมากขึ้น แต่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เริ่มร้องเพลงมาร์ช กปปส.คล่องแคล่ว จึงสู้ไม่ถอยเช่นกัน รัฐบาลจึงยังจะอยู่ในอำนาจต่อไป

สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวกลุ่มทุนทั้งฝ่ายสนับสนุน กปปส. และสนับสนุนรัฐบาล ประมาณ 14 คน ได้ร่วมหารือถึงผลกระทบจากการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ยืดเยื้อ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และได้มอบหมายให้ต่างฝ่ายต่างไปพูดคุยกับคู่กรณี เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจไม่ให้ขยายวงไปมากกว่านี้ ไม่ว่ายอดขายและการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มบริหารพื้นที่ค้าขาย และอื่นๆ ไม่ให้กระอักเลือดดังที่เป็นอยู่มากนัก

จากปัจจัยเศรษฐกิจและความเดือดร้อนคนกรุงเทพฯ กปปส.จึงตัดสินใจปรับยุทธศาสตร์การต่อสู้ โดยนับเอาวันที่ 3 มี.ค.เป็นการเริ่มต้นซึ่งเข้าสู่ช่วง “รอกระบวนการศาล” เนื่องจากวันที่ 3 มี.ค.นี้ จะครบ 30 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อจัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

กรณีนี้ กปปส.มีความหวังว่า สว.จะไปยื่นตีความให้รัฐบาลชุดปัจจุบันสิ้นสภาพลง เพราะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามรัฐธรรมนูญกำหนด นอกจากนี้ยังมีหลายคดีที่ยิ่งลักษณ์และคนในรัฐบาลอาจจะถูกสอยภายในเดือน มี.ค.นี้ด้วย

ด้วยข้อจำกัดข้างต้น วิเคราะห์สถานการณ์แล้วที่ประชุมแกนนำ กปปส.จึงเห็นตรงกันในบ่ายวันที่ 28 ก.พ. และให้สุเทพขึ้นประกาศ “ยุบเวที” ในการปราศรัยช่วงค่ำ

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมแกนนำ กปปส.ยังมีข้อกังวลว่ามวลชนจะเข้าใจผิดว่าแกนนำยอมแพ้ จึงต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่การยอมแพ้หรืออ่อนแรง แต่เป็นการออมแรงไว้เพื่อเปิดเกมรุกครั้งใหม่หลังจากศาลหรือองค์กรอิสระตัดสินคดีใดคดีหนึ่ง โดยระหว่างนี้จึงจะใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็วกดดันยิ่งลักษณ์ กดดันธุรกิจเครือชินวัตร และปิดหน่วยงานราชการต่อไปอย่างเข้มข้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท