posttoday
เรื่องของเสียง (ข้างมาก)

เรื่องของเสียง (ข้างมาก)

01 มีนาคม 2557

วันนี้มีเกร็ดเอามาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งก็เป็นสิ่งนำมาจากวาทะของท่าน ผู้ใหญ่

วันนี้มีเกร็ดเอามาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งก็เป็นสิ่งนำมาจากวาทะของท่าน ผู้ใหญ่ เนื่องจากได้อ่านหนังสือ “ประชาธิปไตยกับการตั้งรังเกียจทาง สังคม” ของ ศ.ดร.คณิต ณ นคร ได้พบเห็นเรื่องอันเป็นความรู้ สร้าง ความประเทืองปัญญามากมาย หลายท่านคงจะได้อ่านได้ฟังกันแล้ว ถ้าอยากได้รายละเอียดกันเต็มๆ ถึงเรื่องราวต่างๆ ก็คงจะต้องหาซื้อ อ่านหนังสือกัน

เรื่องที่อยากจะนำมาเล่าสู่กันฟัง คือ เรื่องของเสียงข้างมากกับคดี ซุกหุ้น ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า ในคดีซุกหุ้นเมื่อปี 2544 ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งประกอบไปด้วยตุลาการ 15 ท่าน ได้มีตุลาการ 11 ท่าน เห็นว่าคดีซุกหุ้นนั้นอยู่ ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนตุลาการอีก 4 ท่าน เห็นว่าคดีไม่อยู่ ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นอันว่าเรื่องอำนาจศาลเป็นอันยุติด้วยเสียงข้างมาก

ในเนื้อหาของคดี ซึ่งตุลาการทุกท่านจะต้องวินิจฉัยลงความเห็น ในประเด็นปัญหาอย่างชัดเจน จากนั้นก็จะต้องนำมารวมกับคำวินิจฉัย ของท่านอื่นๆ แล้วก็ว่ากัน จะเสียงข้างมากข้างน้อยอย่างไรก็พิจารณา กัน ปรากฏว่าในประเด็นเนื้อหาของคดีซุกหุ้นนั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 ท่าน วินิจฉัยลงความเห็นว่าได้มีการซุกหุ้นจริง ส่วนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญอีก 6 ท่าน ได้วินิจฉัยลงความเห็นว่าไม่ได้มีการซุกหุ้น แต่อย่างใด

ในเหตุเรื่องวินิจฉัยในเนื้อหาของคดีซุกหุ้นนี้ ปรากฏว่ามีตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่าน ไม่วินิจฉัยลงความเห็นในเนื้อหาของคดี โดยยังคงยืนยันว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสิ่งที่สำคัญมาก คือ หากพิจารณาโดยประเด็นในเรื่องเนื้อหา โดยที่ต้องถือว่าประเด็นในเรื่องศาลมีอำนาจ หรือไม่มีอำนาจเป็นที่ยุติไปแล้ว ใครไม่วินิจฉัยในเนื้อหาของคดีก็ต้องถือว่างดออกเสียง ดังนี้ โดยเสียงข้างมากก็จะต้องถือว่ามีการซุกหุ้นจริง

การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากในคดีซุกหุ้นดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญได้นำเอาเสียงของตุลาการ 2 ท่าน ที่ไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคดีไปรวมกับเสียงที่วินิจฉัยว่าไม่มีการซุกหุ้น เลยกลายเป็นว่ามีเสียงข้างมากไปทิศทางว่า ไม่มีการซุกหุ้น จากที่ควรจะเป็นเสียงข้างมาก 7 ต่อ 6 เห็นว่ามีการซุกหุ้น จริง และมีผู้งดออกเสียง 2 ท่าน กลายเป็นเสียงข้างมาก 8 ต่อ 7 เห็นว่าไม่มีการซุกหุ้น

ส่งผลให้คดีซุกหุ้นดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นจากข้อหาว่า ซุกหุ้นไปด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 7

ในคดีดังกล่าวหนึ่งในสิ่งที่ได้มีการหยิบยกมาพิจารณากันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของเสียงข้างมาก และเสียงจำนวนมาก นั่นคือ การที่พรรคไทยรักไทยได้รับเลือกตั้งมาจนส่งผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเสียงในราว 11 ล้านเสียง อันทำให้เกิดความรู้สึกว่าเสียงขนาดนี้ จะให้สรุปว่าเขาซุกหุ้นได้อย่างไร

ท่านจะคิดเห็นอย่างไรก็ว่ากันไปนะครับ ไม่รู้จะเป็นบุญของใคร บาปของใคร กรรมดี กรรมไม่ดีของใคร แต่ที่รู้ๆ คือ ประเทศไทยและพวกเราคนไทยทุกคนก็กำลังรับกรรมกันอยู่ ขอให้ประเทศชาติและประชาชนพวกเราพ้นวิบากกรรมนี้กันเร็วๆ ด้วยเถิด สาธุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท