
ปปช.เน้นปราบโกง-ยึดสากล
ปปช.วางยุทธศาสตร์ปราบโกงเน้นความสากล ยึดหลักป้องกันและปราบปราม
ปปช.วางยุทธศาสตร์ปราบโกงเน้นความสากล ยึดหลักป้องกันและปราบปราม
ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการการแปลงยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไปสู่การปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป.ป.ช. เป็นประธานการเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการและเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือข้อตกลงท (เอ็มโอยู) ระหว่างสำนักงานป.ป.ช.และ ศปท. ที่มีทั้งหมด 15 หน่วยงานในสังกัด โดยมีกรรมการป.ป.ช. อาทิ นายภักดี โพธิศิริ นายวิชัย วิวิตเสวี นายปรีชา เลิศกมลมาศ
นายณงค์ รัฐอมฤต และนายสรรเสริญ พวงลำเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ร่วมพิธีเปิดการประชุม และมีผู้เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายประเวศน์ มูลประมุขเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นางสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคระกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแ ละสังคมแห่งชาติ (สศช.) น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร
นายภักดี กล่าวบรรยายเรื่อง การแปลงยุทธศาตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่สอง (2556-2560) ไปสู่การปฏิบัติ ตอนหนึ่งว่า แผนยุทธศาสตร์ในระยะที่หนึ่ง (2550-2555) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาที่สาเหตุ โดยการป้องกันควบคู่ไปกับการปราบปราม อย่างไรก็ตามก็มีปัญหาอุปสรรคอยู่พอสมควร ดังนั้นจะนำปัญหาอุปสรรคของแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ ในระยะที่หนึ่งมาปรับปรุงเพื่อนำมาใช้ในแผนยุทธศาตร์ชาติฯ ในระยะที่สองต่อไป
นายภักดี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติฯ ระยะที่สองยังยึดหลักในยุทธศาสตร์ฯระยะที่หนึ่งอยู่ คือ ยึดหลักคุณธรรมและจริยธรรม แต่จะมีการเน้นในเรื่องการยอมรับในระดับสากล เพราะจากการวิเคราะห์เห็นว่าประเทศไทยต้องมีความเป็นสากลมากขึ้น เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในอนาคต ดังนั้นจึงต้องสร้างการยอมรับในระดับสากลให้มากขึ้น และสร้างความเข้มแข็งการต่อต้านการทุจริตขององค์กรต่างๆ.







